Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถมือสองราคาไม่เกิน 300,000 บาท

รถมือสองราคาไม่เกิน 300,000 บาท
รถมือสองราคาไม่เกิน 300,000 บาท

รถราคาไม่เกินสามแสน

รถมือสองราคาไม่เกินสามแสน จัดเป็นกลุ่มรถมือสองที่มีคนสนใจมากที่สุดอีกหนึ่งกลุ่ม เพราะอย่างที่รู้กันว่าสภาพเศรษฐกิจในบ้านเราที่แย่มาก แต่การมีรถยนต์เพื่อใช้ในการเดินทาง ใช้ในการทำธุรกิจ ที่ช่วยให้มีรายได้ และช่วยให้คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นไปในตัว แต่เมื่อรถใหม่ราคาสูงพอสมควร และแทบทั้งหมดต้องซื้อเงินผ่อน ดังนั้น การเลือกรถซื้อมือสอง อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า ...

ตัวเลือกของรถยนต์ราคาไม่เกินสามแสน ในท้องตลาดรถมือสองมีให้เลือกเยอะมากๆ รถมือสองฟรีดาวน์ก็มีให้เลือกเยอะเช่นกัน ส่วนมากมักเป็นรถที่อยู่ในยุค 2000 รวมไปถึงรถประมาณยุคต้นๆ ของช่วงปี 2010 ซึ่งมีให้เลือกทั้งรถญี่ปุ่น รถยุโรป รถมาเลเซีย และรถเกาหลี หลากหลาย ซึ่งหลักในการเลือกรถ ควรเลือกรถที่สภาพดีๆ ทนทาน อะไหล่หาง่าย อาจจะมีชนหรือเฉี่ยวมาบ้างก็ไม่เป็นไร แต่อย่าให้โดนในจุดที่สำคัญก็พอ

Carro ขอแนะนำรถราคาไม่เกินสามแสน (ที่ยอดนิยม เฉกเช่นเดียวกับรถราคาสองแสน แต่ได้รุ่นที่ "ใหม่" กว่า) ที่ขายดีบนเว็บไซต์ ดังนี้

Toyota Vios

1.Toyota Vios

Toyota Vios (โตโยต้า วีออส) มือสอง นี่ต้องจัดว่าเป็นรถยอดนิยมอีกรุ่นเลยจริงๆ เพราะขับรถไปตามท้องถนนกรุงเทพฯ รถติดๆ ไปถนนเส้นไหนก็เจอรุ่นนี้! Toyota Vios โฉม "เห็บหมา" ที่เต็นท์รถมือสองมักเรียกกัน ตัวนี้เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น ในปี 2549 ใช้ชื่อว่า "Toyota Belta" (โตโยต้า เบลต้า)

ส่วนในไทย เปิดตัวในเดือนมีนาคม 2550 ซึ่งยังคงใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร รหัส 1NZ-FE 109 แรงม้า และเกียร์แบบเดิม มีทั้งธรรมดา 5 สปีด และอัตโนมัติ 4 สปีด เช่นเดียวกับโฉมที่แล้ว แต่ปรับปรุงรายละเอียดย่อยในหลายๆ จุด

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ในเดือน มีนาคม 2553 ใช้กระจังหน้าหน้า ล้อแม็กลายใหม่ และชุดไฟท้าย รวมถึงออกแบบมือจับฝากระโปรงท้ายใหม่ ส่วนภายในห้องโดยสาร มีการเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์มาตรฐานหลายอย่าง ในแต่ละรุ่นย่อย

ต่อมาในช่วงปลายปี 2555 ต้นปี 2556 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์อีกครั้ง ไฟหน้ารมดำ ในทุกรุ่นย่อย กลับมาใช้พวงมาลัยแบบเดียวกับปี 2550 (แต่รุ่น G และ G Ltd. ยังคงเดิม คือพวงมาลัยทรงสปอร์ต) และรุ่นที่มีล้อแม็ก จะเป็นล้อแม็ก 12 ก้าน ขนาด 15 นิ้ว (ลายเดียวกับปี 2553) แบบรมดำ และมีรุ่นพิเศษออกมากระตุ้นตลาดทุกปี

Nissan March

2.Nissan March

Nissan March (นิสสัน มาร์ช) มือสอง จัดเป็นรถที่ได้รับความนิยมในหมู่ Eco-Car กันอยู่ไม่ใช่น้อย และก็ยังมีรถป้ายแดง ที่ลากยาวขายกันมาจนถึงปัจจุบัน ผลิตบนแพลตฟอร์มใหม่ ที่เรียกว่า V-Platform รูปทรงโฉบเฉี่ยว กะทัดรัด แบบ Hatchback เหมาะสำหรับใช้งานในเมือง สะดุดตาด้วยรูปทรงอ้วนกลม ห้องโดยสารภายในที่กว้างขวาง ขนาดเท่ากับรถขนาด 1.5 ลิตร นั่งสบาย (เฉพาะด้านหน้า ด้านหลังไม่สบายเท่าไหร่ สำหรับคนตัวสูงๆ) และมีที่เก็บของอเนกประสงค์มาให้อย่างจุใจ อัดออพชั่นมาให้เพียบ

ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตร รหัส HR12DE 79 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ Xtronic CVT
ต่อมาในเดือนมีนาคม 2554 Nissan ได้เปิดตัว March Sport Version ออกแบบโดย Autech Japan (ออเทค เจแปน) และในเดือนมีนาคม 2555 Nissan March ปรับปรุงใหม่หลายชุด นั่นคือ เพิ่มช่องเก็บของพร้อมฝาปิดบริเวณคอนโซลหน้า หมอนรองศรีษะเบาะหลัง และเบาะหลังปรับให้พับได้ 60:40 ส่วนในรุ่น Sports Version ติดสเกิร์ตข้าง และเบาะนั่งสีดำใหม่ พร้อมกับเพิ่มสีภายนอกใหม่ สีม่วง พลัม ให้เลือก

และในช่วงเดือนมีนาคม 2556 Nissan March ได้เปิดตัวรุ่นปรับไมเนอร์เชนจ์ ด้วยลุคสปอร์ตขึ้น กระจังหน้าใหม่ ไฟหน้าใหม่พร้อมไฟตัดหมอก ไฟท้ายแบบ LED ล้อแม็กขนาด 15 นิ้ว ลายใหม่ พร้อมกับเพิ่มสีใหม่ ก่อนมีรุ่นพิเศษมาเป็นระยะๆ แล้วก็ขายมาเรื่อยๆ ถึงทุกวันนี้ ด้วยยอดขายในตลาดรถป้ายแดง ตกปีละประมาณ 1 หมื่นคัน

Honda Jazz

3.Honda Jazz

Honda Jazz (ฮอนด้า แจ๊ซ) มือสอง รุ่นที่ 2 ในตลาดโลก โฉมนี้เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2551 กับรูปทรงอันโดดเด่นและอเนกประสงค์ รองรับพลังงานทางเลือกใหม่ "แก๊สโซฮอล์ E20" ระบบเกียร์ชุดใหม่แบบอัตโนมัติ 5 สปีด (ของเดิมเป็นแบบ CVT 7 สปีด) ซึ่งเซ็ทมาเป็นพิเศษสำหรับเมืองไทย มาพร้อม 3 รุ่นย่อย S, V และ SV

ใช้เครื่องยนต์ i-VTEC ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด โดยในรถรุ่น S เท่านั้น ที่มีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ให้เลือก

ส่วนรุ่นไมเนอร์เชนจ์ เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2554 ปรับโฉมหน้าตาและภายในใหม่ ถูกใจวัยรุ่น นักศึกษา เด็กจบใหม่เพิ่งเริ่มต้นทำงานมากขึ้น แต่โฉมไมเนอร์เชนจ์นี้ ราคามือสองแทบทั้งหมด ล้วนสามแสนบาทขึ้นไป ...

เมื่อโรงงานผลิตรถยนต์ฮอนด้า ที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ถูกน้ำท่วมใหญ่เมื่อปี 2554 Honda จึงต้องนำ "Honda Jazz JP" เวอร์ชั่นญี่ปุ่น เข้ามาขายในช่วงปี 2554 เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น ชูสีส้ม "Orange Sunset" เป็นจุดเด่น มีอุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างจากเวอร์ชั่นไทย อาทิเช่น โคมไฟหน้าที่มาพร้อมไฟหน้า HID ปรับระดับสูง-ต่ำได้ ระบบแอร์อัตโนมัติ ถุงลมนิรภัยอัจฉริยะ i-SRS และม่านนิรภัยด้านข้าง เป็นต้น

และเดือนกรกฎาคม 2555 ยังมี Honda Jazz Hybrid ตามออกมาขายอีกด้วย  ... แต่เราคงไม่ต้องแนะนำ เพราะมือสองรุ่นนี้ราคาเกินสามแสน

Honda Civic

4.Honda Civic

Honda Civic (ฮอนด้า ซีวิค) มือสอง ในงบไม่เกินสามแสน ต้องโฉม "FD" เลย ที่จัดว่าเป็น Civic ออกแบบมาได้ล้ำยุค (กว่ารถยี่ห้อคู่แข่ง) ที่สุดในเวลานั้น เปิดตัวในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2548 พลิกโฉมการออกแบบใหม่หมดจดทั้งคัน

ในบ้านเรา มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น 1.8 เกียร์ธรรมดา และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และ 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด ในรุ่นย่อย 1.8 S, 1.8 E และ 2.0 E กับ 2.0 EL
ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร รหัส R18A 140 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด และเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร รหัส K20Z2 ปรับปรุงใหม่ 155 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด เท่านั้น

ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ในเดือน พฤศจิกายน 2551 ตกแต่งหน้าตาใหม่ ไฟท้ายทรง 8 เหลี่ยมแบบใหม่ (เปลี่ยนจากของเดิมที่เป็นทรงกลม) และพัฒนาเครื่องยนต์ใหม่ ให้รองรับแก๊สโซฮอล์ E20 ได้

Isuzu D-Max

5. Isuzu D-Max

ลำดับที่ 5 ขอเป็นรถกระบะสักหนึ่งรุ่นละกัน อย่าง Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) มือสอง

Isuzu D-Max รุ่นแรก ปี 2545 - 2547 จัดเป็นโฉมที่ราคาไม่เกินสามแสนบาท มีให้เลือกในหลายรูปแบบ ตั้งแต่กระบะตอนเดียว Spark, กระบะตอนครึ่ง Spacecab กระบะ 4 ประตู Cab4 และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Rodeo เปิดตัวในไทยเมื่อเดือนพฤษภาคม 2545 เรียกได้ว่าเป็นรถกระบะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของ Isuzu เท่าที่เคยมีมา

มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 120 แรงม้า เป็นรถเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และรถเกียร์ออโต้ 4 สปีด และเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 79 แรงม้า ที่เน้นความประหยัด ทนทาน และดูแลง่าย

พอช่วงปลายๆ ปี 2545 Isuzu จึงส่งรุ่น "Cab4" และรุ่น "Rodeo" แบบ 4 ประตู รวมไปถึง "Hi-Lander" ขับ 2 ยกสูง ออกมาล่ายอดขายในตลาด ...

Isuzu D-Max ปี 2547 - 2548 ปรับโฉมครั้งที่ 1 ของ Isuzu D-Max โดยการนำเอาเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร I-TEQ Super Commonrail 146 แรงม้า มาใช้กับโฉมนี้ และในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 อีซูซู เสริมทัพดีแมคซ์ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ "I-TEQ 2500 Ddi" ขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์คอมมอนเรล รหัส 4JK1-TC ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า

พอถึงช่วงเดือนกันยายน 2548 Isuzu เปิดตัวโฉม "Super Commonrail" เปลี่ยนดีไซน์ตัวถังแทบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ กันชน ฝากระโปรง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แก้มข้าง ประตูกระบะ ฝากระบะ และมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์ ไฮเทค คอมมอนเรล ให้แรงม้าสูงสุดถึง 116 แรงม้า

เดือนสิงหาคม 2549 Isuzu จึงได้ฤกษ์ในการเปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ พร้อมกับ Isuzu MU-7 โดยเครื่องยนต์นั้น พัฒนามาจากรุ่น 4JJ1-TCX 163 แรงม้า แรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนภายนอกนั้นได้มีการออกแบบใหม่หมด โดยมีแนวคิด Hexagon Design โดยการออกแบบที่มีความโค้งมนบวกกับความแข็งแกร่ง บึกบึน

ซึ่งตั้งแต่ในโฉมนี้เป็นต้นไป (อาจจะร่นให้ไปถึงๆ ตัวโฉม Gold Series ก็พอได้) ราคามือสองส่วนใหญ่จะสามแสนบาทขึ้นไปแล้ว โดยส่วนใหญ่จะมีแต่พวกตัวรุ่น Spark ที่มีราคาต่ำกว่าสามแสนบาท ...

สิ่งสำคัญในการซื้อรถราคาไม่เกินสามแสน นั่นคือ ต้องเตรียมเงินสำหรับเผื่อซ่อมรถ เพราะรถส่วนใหญ่อายุการใช้งานมากกว่า 10 ปี ขึ้นไป มันมีเสียตามจุดต่างๆ เป็นเรื่องปกติ ต้องซ่อม หรือเปลี่ยนอะไหล่ไปตามอายุรถ ควรเลือกรถมือสองที่สภาพดีๆ เดิมๆ ทั้งคันเลยได้ก็ยิ่งดี (อาจจะเปลี่ยนล้อแม็ก เปลี่ยนเครื่องเสียง หรือแต่งนิดๆ หน่อยๆ บ้างก็ถือว่า OK) เพราะการเลือกรถตลาดนั้น มันอาจไม่ถูกใจคุณไปซะหมดหรอก แต่มีข้อดีคือ เสียที่ไหนช่างก็ซ่อมได้ อะไหล่หาง่าย ค่าบำรุงรักษาไม่แพงครับ

(ภาพประกอบจาก Facebook Marketplace)