Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง

2015 ผลการค้นหาจำนวน 9 คัน
2011 ผลการค้นหาจำนวน 5 คัน
รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง
รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง

Mercedes-Benz S-Class มือสอง (เบนซ์ เอส-คลาส มือสอง)

Mercedes-Benz S-Class (เมอร์เซเดส-เบนซ์ เอส-คลาส) จัดเป็นรถซีดานรุ่นใหญ่ที่สุด ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ผลิตขายแบบ Mass Production และถือเป็นรถธง ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกหนึ่งรุ่น (แม้ว่าภายหลัง จะมี Maybach-Mercedes ออกมาก็ตาม) โดยเริ่มการผลิตเมื่อปี 2494 จนถึงปัจจุบัน เป็นรถซีดานระดับหรูหราที่ขายดีที่สุดในโลก

นับตั้งแต่แรกเริ่มในรุ่น W187, W180-W128 "Ponton", W111-W112 "Fintail" (หรือเบนซ์ หางปลา ที่รู้จักในบ้านเรา), W108, W116, W126, W140, W220, W221 และรุ่นปัจจุบัน W222/V222

ในรุ่น W116 เป็นโฉมแรก ที่ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งชื่อว่า S-Class (โฉมก่อนหน้านี้จะเรียกกันว่า Ponton และ Fintail หรือเรียกรหัสโฉม (W108) แต่ไม่ได้ใช้ชื่อ S-Class อย่างเป็นทางการ) ซึ่งย่อมาจาก "Special Class"

คราวนี้เราลองมาดูรายละเอียดกันว่า ถ้าจะเลือกซื้อ Mercedes-Benz S-Class มือสองนั้น มีรุ่นไหนที่น่าสนใจ น่าตัดสินใจซื้อบ้าง

Mercedes-Benz S-Class ปี 1991 - 1998

Mercedes-Benz S-Class

Mercedes-Benz S-Class รหัส W140 มือสอง เปิดตัวจำหน่ายในไทยตั้งแต่ปี 2534 นับเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ยอดนิยมสุดๆ อีกหนึ่งรุ่นสำหรับผู้บริหาร โรงแรม หรือหน่วยงานภาครัฐต่างๆ เป็นรถที่ปัจจุบันก็ยังพบเห็นได้บ่อยๆ มีให้เลือกทั้งรุ่นมาตรฐาน และรุ่นช่วงยาว

Mercedes-Benz S-Class

ในบ้านเรารุ่นยอดนิยม จะเริ่มต้นกันตั้งแต่ 300 SEL, 500 SEL พอไมเนอร์เชนจ์ก็เปลี่ยนชื่อรุ่นย่อยใหม่มาเป็น S 280, S 350, S 500 L หรือรุ่นใหญ่ยักษ์สุดอย่าง S 600 V12 ก็มีให้เห็น

รุ่นนี้มีข้อดีคือเป็นรถขนาดใหญ่ที่หรูหรามาก แต่ราคาอะไหล่ก็สูงมาก และประตูดูดก็เสียบ่อยเช่นกัน

Mercedes-Benz S-Class ปี 1998 - 2005

Mercedes-Benz S-Class

Mercedes-Benz S-Class รหัส W220 มือสอง เปิดตัวจำหน่ายในไทยตั้งแต่ปี 2541 มีรุ่นยอดนิยมในตลาดรถมือสอง อาทิเช่น S280, S 320 L และ S 500 L ซึ่งเป็นรุ่นช่วงยาวเหมือนกัน มีทั้งรุ่นนำเข้า และประกอบในประเทศ (ยกเว้น S 320 L และ S 500 L มีเฉพาะรุ่นนำเข้าเท่านั้น)

ห้องโดยสารภายในยังคงความหรูหราอลังการไว้เต็มพิกัด เพิ่มความสะดวกทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยสวิทช์ควบคุมเบาะไฟฟ้าหน้า-หลัง พร้อมตั้งความจำได้ทั้ง 3 ตำแหน่ง และสวิทช์ควบคุมเบาะอุ่น (heating seat) ทั้ง 4 ที่นั่ง สามารถคลายความเมื่อยล้าได้เป็นอย่างดี

ขุมพลังมีหลากหลาย เริ่มตั้งแต่รุ่นย่อย S 280 ใช้เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร 203 แรงม้า, เครื่องยนต์ขนาด 3.2 ลิตร 245 แรงม้า และเครื่องยนต์ขนาด 5.0 ลิตร 306 แรงม้า

Mercedes-Benz S-Class

ในช่วงต้นปี 2546 จึงปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ ปรับปรุงหน้าตาใหม่ เครื่องยนต์ใหม่ (มีเครื่องดีเซลขนาด 3.2 ลิตร ในรุ่น S 320 CDI ให้เลือกด้วย) เพิ่มระบบ PRE-SAFE ที่ค่ายดาวสามแฉกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถรุ่นนี้ จัดเป็นนวัตกรรมใหม่ด้านความปลอดภัยเชิงป้องกัน ที่สามารถตรวจจับโอกาสที่จะเกิดการชนได้ล่วงหน้า แล้วปรับความตึงของเข็มขัดนิรภัย และตำแหน่งของเก้าอี้ที่นั่งทั้งตอนหน้าและตอนหลัง ให้เกิดอันตรายน้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

นอกจากนี้ S-Class โฉมนี้ ยังเคยได้เป็นรถประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของประเทศไทย จนถึงปี 2553

Mercedes-Benz S-Class ปี 2005 - 2013

Mercedes-Benz S-Class

Mercedes-Benz S-Class รหัส W221 มือสอง เปิดตัวในไทยเมื่อปลายเดือนตุลาคม 2548 ในสถานทูตเยอรมนี ถือว่าเป็นการจัดงานเปิดตัวรถในสถานทูตครั้งแรกในโลกก็ว่าได้ โดย W221 เป็นผลงานของทีมงานออกแบบ Peter Pfeiffer มีขนาดตัวโตกว่ารถรุ่นเดิมเล็กน้อยในทุกมิติ ยาวขึ้น 43 มม. กว้างขึ้น 16 มม. และสูงขึ้น 29 มม. ฐานล้อยาวขึ้น 80 มม.

รูปทรงภายนอก มาพร้อมไฟหน้าขนาดใหญ่ที่โอบไปทางด้านข้าง กับบังโคลนที่ตีโป่งขึ้นขอบคล้ายกับ Maybach สำหรับพื้นที่เก็บของท้ายรถ มีขนาดความจุมากถึง 560 ลิตร เพิ่มขึ้น 60 ลิตร

Mercedes-Benz S-Class

มาพร้อมอุปกรณ์ไฮเทคมากมาย อาทิ ระบบไฟเบรกปรับระดับได้ Adaptive Brake Light, ระบบ PRE-SAFE ที่ได้รับการพัฒนาเป็นรุ่นที่ 2 ซึ่งจะเป็นระบบเตรียมพร้อมก่อนการชน, ระบบ Night Vision ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการมองยามค่ำคืน โดยอาศัยแสงอินฟาเรดในการตรวจจับมีรัศมีในการทำงานจากด้านหน้ารถ 150 เมตร เป็นต้น

สำหรับเครื่องยนต์ในรุ่น S350 มีขนาด 3.5 ลิตร 272 แรงม้า กับ S 500 เครื่องยนต์ใหม่ขนาด 5.5 ลิตร แบบ V8 สูบ 388 แรงม้า สมรรถนะอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายในเวลา 7.3 วินาที และ 5.4 วินาที ตามลำดับ ทุกรุ่นขับเคลื่อนล้อหลัง และส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 7G-Tronic

ในเดือนพฤศจิกายน Mercedes-Benz เปิดตัวรุ่น S 320 D ประกอบในประเทศ ใช้เครื่องยนต์ CDI แบบ V6 3.0 ลิตร รุ่นล่าสุด ผลิตกำลังสูงสุดถึง 211 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาลถึง 540 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. เพียง 7.5 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กม./ชม.

ที่สำคัญรถรุ่นนี้ ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม กินน้ำมันอยู่ที่ระดับ 15.15–15.63 กม./ลิตร

Mercedes-Benz S-Class

21 มกราคม 2553 ก็ถึงเวลาที่ S-Class ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ซะที ที่มาใน 3 รุ่นย่อย ได้แก่ S 300 L, S 350 CDI BlueEFFICIENCY L และ S 500 L

มาพร้อมกับดีไซน์ใหม่ที่เพิ่มความโดดเด่นภูมิฐาน ด้วยไฟคู่หน้าแบบ Bi-Xenon และไฟท้ายที่เพิ่มมุมมองแบบสปอร์ตด้วยเทคโนโลยี LED ส่องสว่างไกล ให้รถที่ตามมาเห็นสัญญาไฟได้ชัดเจนยิ่งขึ้นในยามค่ำคืน

Mercedes-Benz S-Class

นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยนวัตกรรมอันล้ำสมัย เช่น ATTENTION ASSIST ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่, Adaptive Highbeam Assist ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติช่วยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืน, Night View Assist Plus ระบบช่วยการมองเห็นยามค่ำคืน รวมถึงจอภาพแสดงผลแบบ SPLITVIEW ซึ่งสามารถแสดงภาพสองมุมมองภายใต้จอแสดงผลเดียว เป็นครั้งแรกของโลกยานยนต์ ในการนำเทคโนโลยีชั้นสูงนี้มาใช้ ซึ่งในขณะที่ผู้ขับขี่อ่านแผนที่จากระบบ Navigation ผู้โดยสารด้านหน้า ก็สามารถดูหนังจากเครื่องเล่น DVD ได้

Mercedes-Benz S-Class ปี 2013 - ปัจจุบัน

Mercedes-Benz S-Class

Mercedes-Benz S-Class รุ่นนี้มาพร้อมกับรหัสตัวถังใหม่ W222/V222 เปิดตัวในไทยเมื่อ 5 กันยายน 2556 ในรุ่นย่อย S 400 Hybrid AMG Premium มาพร้อมตัวรถที่ปราดเปรียวและเพรียวลมขึ้นด้วยค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน Cd = 0.24 ดีขึ้นจากรุ่นเดิม ซึ่งอยู่ในระดับ 0.26 ออกแบบภายใต้แนวคิด The Essence of Luxury เพื่อสะท้อนถึงความเป็นที่สุดของยานยนต์ระดับหรู อีกทั้งยังจัดเต็มเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำในตลาด

ขนาดตัวถังมีให้เลือก 2 แบบ ทั้งแบบฐานล้อปกติ ยาว 5,116 มม. และรุ่นฐานล้อยาว 5,248 มม. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิม 40 และ 42 มม. ตามลำดับ ส่วนระยะฐานล้อจะอยู่ที่ 3,035 มม. สำหรับรุ่นปกติ และ 3,165 มม. สำหรับรุ่นฐานล้อยาว หรือเพิ่มขึ้น 31 และ 24 มม. ตามลำดับ ทำให้ห้องโดยสารทั้งกว้างขวางสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น

Mercedes-Benz S-Class

แผงคอนโซลกลางจะมีหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 12.3 นิ้ว เป็นตัวควบคุมการทำงานของระบบส่วนกลาง เช่นเดียวกับการทำหน้าที่ในการแสดงผลของระบบนำทาง เป็นครั้งแรกในโลกที่ S-Class ใช้ช่วงล่างแบบปรับได้จากภายในรถ สร้างบนพื้นฐานของช่วงล่างแบบถุงลม ปรับความหนืดของโช๊คอัพด้วยไฟฟ้า ร่วมกับพวงมาลัยแบบแปรผันน้ำหนักที่เลือกปรับระดับได้โดยผู้ขับขี่

มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินไฮบริดขนาด 3.5 ลิตร แบบ V6 306 แรงม้า พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 27 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด 7G-Tronic Plus ให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที ทำความเร็วได้สูงสุด 250 กม./ชม. กินน้ำมันเฉลี่ย 16 กม./ ลิตร รวมไปถึงเทคโนโลยีและระบบความปลอดภัยใหม่ ผสานความสะดวกสบายและความปลอดภัยเข้าไว้ด้วยกัน เรียกว่าระบบ Mercedes-Benz Intelligent Drive

Mercedes-Benz S-Class

ในช่วงปี 2557 เปิดตัวรุ่นประกอบในประเทศ ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Hybrid แบบเครื่องยนต์ดีเซลผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้า (ชุดเดียวกับ E-Class Hybrid) โดยแบ่งขายเป็นสองรุ่นย่อย คือ S 300 BlueTEC Hybrid Exclusive และ S 300 BlueTEC Hybrid AMG Premium

Mercedes-Benz S-Class Coupe

ในเดือนมิถุนายน 2558 เปิดตัว S 500 Coupe AMG Premium นับว่าเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงในแบบ Luxury Sport Car ที่ออกแบบให้มีการผสานระหว่างความสปอร์ต และความหรูหราระดับเอสคลาส ได้อย่างลงตัว ภายในของ S-Class Coupe นิยามความเป็นที่สุดของแนวคิด "Modern Luxury" ได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดีมีคุณภาพสูง ทำให้ดูหรูหรามีระดับ

Mercedes-Benz S-Class

ในช่วงเดือนพฤศจิกายน 2560 Mercedes-Benz จึงส่ง S-Class ไมเนอร์เชนจ์ลงตลาดในไทย ได้แก่ The S 350 d AMG Premium ยนตรกรรมหรู เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบ Twin Turbo Intercooler 286 แรงม้า ใช้ไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED พร้อมไฟ Daytime แบบ LED 3 เส้น รับกับกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมกันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้างจาก AMG ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ Multi-spoke ขนาด 20 นิ้ว

Mercedes-Benz S-Class

ห้องโดยสารภายในของ The new S-Class ใช้ระบบ ENERGIZING Comfort Control ที่ Mercedes-Benz เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก โดยเทคโนโลยีนี้จะควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน เช่น การปรับโทนสีไฟภายในห้องโดยสาร Premium Ambient Light ระบบปรับอากาศ ระบบเครื่องเสียง รวมถึงโปรแกรมนวดของเบาะนั่งหน้า-หลัง 6 แบบ

พร้อมการตกแต่งภายในด้วยวัสดุคุณภาพเยี่ยม อย่าง เบาะนั่งคู่หน้าและคู่หลังหุ้มหนัง Exclusive Nappa ตัดเย็บลายเบาะแบบ Diamond Design ปรับไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ และฟังก์ชั่นอุ่นที่นั่งและระบายอากาศ เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าสามารถเลื่อนไปด้านหน้าได้อีก 4 ซม. และเลื่อนขึ้นด้านบนได้อีก 3.7 ซม. กับระบบควบคุมและสั่งงานด้วย Touchpad ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System ระบบความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง พร้อมจอแสดงผล 2 ตำแหน่ง

Mercedes-Benz S-Class เพราะรถรุ่นนี้มีความพิเศษกว่ารุ่นอื่นๆ ตรงที่ เหมาะสมสำหรับเจ้าของกิจการและผู้บริหารระดับสูง เพราะรถรุ่นนี้มีการออกแบบที่หรูหรา เสริมสร้างความน่าเชื่อถือ มาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยกว่ารถรุ่นอื่นๆ ราคาไม่ใช่น้อยๆ สำหรับสาวกรถมือสองนั้น ก็ต้องอดใจรออีกหน่อย เพราะเมื่อไรที่รถรุ่นใหม่ถูกออกจำหน่าย คุณก็จะได้รุ่นนี้มาครอบครองในราคาที่สบายกระเป๋า

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Mercedes-Benz S-Class สามารถเปรียบเทียบได้กับ BMW Series 7, Audi A8 หรือจะเป็น Lexus LS เป็นต้น

ในการเลือกซื้อรถยนต์ ในตลาดรถมือสองนั้น โดยเฉพาะรถ Benz S-Class จะมีข้อดีอยู่ที่ แน่นอนเรื่องราคา เพราะรถมือสองนั้น ราคาจะถูกกว่ารถมือหนึ่ง ถึง 40-50% ซึ่งจะขึ้นอยู่กับแต่ละปีของรถ แต่ก็จะมีบางตัว ของ Benz ที่เป็นรุ่นหายาก ปีเก่าๆ อันนั้นจะไปจัดอยู่ในประเภทรถเก่าสะสม ราคาก็จะแพงหน่อย ในเรื่องของเอกสาร บอกเลยว่าง่ายกว่าการซื้อรถมือหนึ่งมาก เพราะไม่ต้องยุ่งยากอะไร ไม่ต้องมีเยอะ

และอีกข้อดีคือ ยิ่งรถหรูๆ อย่างนี้การซื้อมือสองจะคุ้มมาก ดังนั้นหากเรารู้รายละเอียด อีกข้อหนึ่งที่อยากอย่าละเลยคือเรื่องประกันภัยรถยนต์ รถหรู มีราคา ควรจะทำประกันไว้ด้วยเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ ข้อดีข้อเสียแล้ว การซื้อรถ Benz S-Class มือสองของคุณก็จะง่ายขึ้นแน่นอน

ราคารถ รถ Benz S-Class (เบนซ์ เอส-คลาส) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿4,000,000
-
฿11,200,000
2017
฿3,400,000
-
฿10,800,000
2016
฿3,280,000
-
฿10,000,000
2015
฿2,040,000
-
฿8,800,000
2014
฿1,920,000
-
฿5,200,000
2013
฿1,800,000
-
฿4,800,000
2012
฿1,880,000
-
฿4,160,000
2011
฿1,760,000
-
฿4,000,000
2010
฿1,640,000
-
฿3,840,000
2009
฿1,520,000
-
฿3,680,000
2008
฿1,400,000
-
฿3,520,000
2007
฿1,280,000
-
฿3,360,000
2006
฿680,000
-
฿3,200,000
2005
฿640,000
-
฿3,040,000
2004
฿600,000
-
฿720,000
2003
฿520,000
-
฿680,000
2002
฿368,000
-
฿640,000
2001
฿352,000
-
฿600,000
2000
฿336,000
-
฿560,000
1999
฿320,000
-
฿520,000