Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) มือสอง

2014 ผลการค้นหาจำนวน 14 คัน
2013 ผลการค้นหาจำนวน 73 คัน
รถ Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) มือสอง
รถ Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) มือสอง

Chevrolet Captiva มือสอง (เชฟโรเลต แคปติวา มือสอง)

Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) เป็นรถยนต์ SUV ขนาดกลางแบบ 7 ที่นั่งของ Chevrolet ที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์ออกแบบของ GM ในเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ (South Korea) ซึ่งเป็นการพัฒนาบนตัวถังแบบ Theta ที่เคยใช้ในการผลิตรถยนต์ในเครือของจีเอ็มมาแล้วหลายรุ่น

โดยทาง GM ใช้ชื่อ "Captiva" จำหน่ายในตลาดยุโรป, ตะวันออกกลาง, อาเซียน และอเมริกาใต้ แต่ในประเทศออสเตรเลียจะจำหน่ายในนาม Holden Captiva ส่วนในประเทศเกาหลีใต้ใช้ชื่อ Daewoo Windstorm

ในส่วนของการเปิดตัวรถยนต์ เชฟโรเลต แคปติวา นั้น ทางจีเอ็มได้ทำการเปิดตัว Captiva ครั้งแรก ที่ประเทศออสเตรเลีย ต่อด้วยประเทศนิวซีแลนด์ และตามด้วยการเปิดตัวในประเทศไทย และอีกหลายประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

Chevrolet Captiva ปี 2007 - 2011

Chevrolet Captiva ได้รับการเปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่งาน Motor Show 2007 เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2550 ภายในมีทั้งหมด 7 ที่นั่ง เบาะแถว 2 และ 3 สามารถพับเก็บได้ ในเมืองไทยมีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ในรุ่นเครื่อง 2.0 ลิตร จะเป็นเครื่องยนต์แบบดีเซล CRDi 150 แรงม้า และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร 142 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้า และขับเคลื่อน 4 ล้อ

ส่วนในรุ่น 2.4 ลิตร จะเป็นเครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งก็มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อ เช่นกัน โดยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ของแคปติวาเป็นแบบ AWD (All Wheel Drive) เกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด แบบ Tiptronic ที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างเร้าใจยิ่งขึ้น อีกทั้งมาพร้อมกับความจุที่มาก เมื่อพับเบาะแถวที่ 3 ลงจะมีปริมาตรในการขนสัมภาระอยู่ที่ 465 ลิตร แต่ถ้าพับเบาะแถวที่ 2 ลงอีก ความจุก็จะเพิ่มเป็น 930 ลิตร

ภายในใช้วัสดุหรูหรา เครื่องเสียงแบบ Built-In ที่รองรับการใช้งานวิทยุ, CD และ MP3 ที่สามารถใส่ได้มากที่สุด 6 แผ่น มีพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน พร้อมทั้งจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ DIC (Driver Information Center) ที่แสดงอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง, ระยะทาง และปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่เหลืออยู่ ใน Captiva ยังมีแอร์สำหรับผู้โดยสารในแถวที่ 3 อีกด้วย โดยทั้งหมดที่กล่าวมาอาจจะแตกต่างกันไปตามแต่ละรุ่น

ส่วนทางด้านความปลอดภัยนั้น แคปติวามีค่ามาตรฐานด้านความปลอดภัย 4 ดาว จากการทดสอบการชนของ Euro NCAP ซึ่งเป็นมาตรฐานความแข็งแรงของรถยนต์ที่หลายประเทศในยุโรปใช้กัน

ในปี 2551 Chevrolet เปิดตัว Captiva Centennial White Edition ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 200 คัน โดยจะเป็นสีพิเศษสีขาวมุก เมทัลลิก เพิร์ล (Metallic Pearl) พร้อมกับเสริมบันไดข้างเป็นสีเดียวกับตัวรถ มีเฉพาะในรุ่น LT หรือ รุ่น Top ทั้งในแบบเครื่องยนต์เบนซิน 2.4 ลิตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร

ในปี 2552 เพิ่มรุ่นย่อยใหม่ LSX และ LTZ พร้อม 2 สีใหม่ สีขาว Summit White และสีฟ้า Light Blue

มาถึงปี 2553 มีการเปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ในรุ่นเบนซิน เป็นเครื่องยนต์เบนซิน Ecotec 4 สูบ 2.4 ลิตร 165 แรงม้า รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20

Chevrolet Captiva ปี 2011 - 2016

Chevrolet Captiva รุ่นปรับโฉม ได้ถูกเผยโฉมเมื่อไตรมาสที่ 2 (หรือเดือนสิงหาคม 2554) โดนออกแบบกระจังหน้าใหม่ ไฟเลี้ยวตรงกระจกข้างแบบ LED ล้อออกแบบใหม่ ช่องรับอากาศและไฟตัดหมอกทรงใหม่ ฝังตัวอยู่บริเวณด้านข้างของกันชนหน้า แผ่นกันกระแทกสีบรอนซ์ใต้กันชนหน้าซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในแคปติวา ส่วนอ็อปชั่นใหม่ คือ ระบบควบคุมป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางลาดชัน (Hill Start Assist) ช่วยป้องกันรถไหลลงทางลาดชันในขณะออกตัว

และยังล้ำสมัยด้วยการติดตั้ง "เบรกมือไฟฟ้า" เป็นครั้งแรกในรถอเนกประสงค์ระดับเดียวกัน ยังเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระบริเวณคอนโซลกลางอีกด้วย ในยามค่ำคืนแผงคอนโซลให้แสงสีฟ้าอ่อน (Ice Blue) เช่นเดียวกับมาตรวัดรอบ และความเร็ว ซึ่งดีไซน์มาใหม่แบบเรืองแสง พร้อมระบบ Infotainment ที่สามารถแสดงข้อมูลของตัวรถ และความบันเทิงซึ่งได้รับการติดตั้งระบบเครื่องเสียงสามมิติ (3 Dimensional Sound Staging) ผ่านลำโพง 8 ตัวในรุ่น LTZ และ LT

ส่วนเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร Commonrail Turbo 163 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่น DSC หรือ Driver Shift Control ตามมาในปี 2555

ในเดือนมกราคม 2557 เปิดตัว Captiva Limited Edition สำหรับลูกค้าที่ต้องการรถ SUV ที่เหนือชั้นยิ่งกว่า จำกัดจำนวนเพียง 600 คันเท่านั้น ตัวถังภายนอกสะดุดตาด้วยสีขาว Metallic White กรอบไฟท้ายเลนส์ใส และล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว

ภายในห้องโดยสารโดดเด่น ด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 7 นิ้ว ติดตั้งบนคอนโซล รองรับระบบ Navigator รวมถึงสามารถควบคุมระบบปรับอากาศ และดูข้อมูลการเดินทางผ่านหน้าจอทัชสกรีนดังกล่าว

เดือนมีนาคม 2557 Captiva ปรับปรุงรูปลักษณ์ภายนอก ดีไซน์กันชนหน้าใหม่ พร้อมฝาครอบไฟตัดหมอก กันชนหลังออกแบบใหม่ คู่กับปลายท่อไอเสียโครเมียม และกรอบไฟหลังสไตล์ใหม่ ติดตั้งบันไดข้างสแตนเลส ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้โดยสารสามารถเข้า-ออกตัวรถได้ง่ายขึ้น (เฉพาะรุ่น 2.0 ดีเซล LTZ) รุ่น LT ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และยังโดดเด่นด้วยระบบช่วงล่างยกตัวอัตโนมัติ (Self-Levelizer System)

อีกจุดเด่น ... ระบบเข้า-ออกห้องโดยสาร โดยไม่ต้องใช้กุญแจ (Passive Entry Passive Start - PEPS) ผู้ขับขี่สามารถปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์เมื่ออยู่ในรัศมีของเซ็นเซอร์ โดยไม่ต้องถือกุญแจอยู่ในมือ ระบบควบคุมอากาศ Dual-Zone ใหม่ของ Captiva สามารถปรับตั้งอุณหภูมิได้แบบแยกส่วนได้ และสวิทช์ควบคุมบนพวงมาลัยแบบเรืองแสง

มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร 167 แรงม้า รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ซึ่งเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในเซกเมนท์นี้ ที่รองรับเชื้อเพลิง E85 ระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 6 สปีด รหัส GF6 เจนเนอเรชั่นที่ 2 พร้อมฟังก์ชั่น DSC (Driver Shift Control) ซึ่งถือเป็นเกียร์ 6 สปีดครั้งแรก ในเซกเมนท์นี้เช่นกัน

เดือนพฤศจิกายน 2557 เปิดตัวรุ่นพิเศษ Sport Edition มาพร้อมไฟ LED ส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน (LED Daytime Running Light) ติดตั้งกล้องมองหลัง มีสปอยเลอร์หลัง และชุดแต่งบอดี้คิท พร้อมโลโก้ "Sport Edition" กับบันไดข้าง (สำหรับรุ่นเบนซิน)

และในส่วนของ Chevrolet Captiva Sport Edition II เหนือกว่าที่มาพร้อมรายละเอียดที่เพิ่มขึ้น ด้วยชุดแต่งโครเมียมสไตล์สปอร์ต ทั้งสติกเกอร์ด้านข้าง และบันไดข้าง เพิ่มความโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า Daytime Running Light ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ต 19 นิ้ว สะดวกสบายกว่าด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมเบาะปรับได้ 7 ที่นั่ง

Chevrolet Captiva ปี 2016 - ปัจจุบัน

Chevrolet Captiva รุ่นปรับโฉมปี 2559 เปิดตัวเมื่อ 1 ธันวาคม 2558 มีการปรับเปลี่ยนกระจังหน้าแบบดูอัลพอร์ทใหม่ ที่ปรับให้ช่องด้านบนมีขนาดเล็กลงและติดตราโบว์ไทคั่นกลาง ส่วนช่องดักอากาศด้านล่างเปลี่ยนมาเป็นแบบหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ขึ้น รวมถึงรายละเอียดของกันชนหน้า และกรอบไฟตัดหมอกออกแบบใหม่ ไฟหน้าทรงใหม่ใกล้เคียงของเดิม และติดตั้งไฟสำหรับวิ่งในเวลากลางวัน (DRL) มาให้ โดยในรุ่น LTZ จะได้ล้อขนาด 19 นิ้วลาย 5 ก้านเดิม แต่เปลี่ยนมาใช้สีเทา-เงิน แบบทูโทน ส่วนไฟท้ายเปลี่ยนเป็นแบบ LED

ส่วนภายในห้องโดยสารภายในเปลี่ยนมาใช้พวงมาลัยทรงสปอร์ตแบบ 3 ก้าน พร้อมกับเปลี่ยนคอนโซลกลางใหม่ย้ายปุ่มควบคุมอุปกรณ์ให้อยู่สูงใกล้มือผู้ขับขี่มากขึ้น นอกจากนี้ยังเพิ่มเครื่องเสียงที่มีระบบ MyLink ที่รองรับการใช้งานแอปพลิเคชันทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ผ่านสาย USB

โดยในรุ่น LTZ ยังเพิ่มความปลอดภัยอย่างระบบแจ้งเตือนสิ่งกีดขวางด้านหน้า, ระบบตรวจจับยานพาหนะในมุมอับสายตาของกระจกมองข้าง (Side Blind Zone Alert) และระบบ Rear Cross-Traffic ซึ่งสามารถตรวจจับยานพาหนะที่วิ่งผ่านด้านหลังขณะถอยออกจากมุมอับได้

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Chevrolet Captiva มีคู่แข่งในคลาสเดียวกันอย่าง Honda CR-V, Nissan X-Trail, Mazda CX-5 หรือจะเป็น Ford Escape, KIA Sorento และ Hyundai Tucson เป็นต้น

ปัจจุบัน เชฟโรเลต แคปติวา มีราคาอยู่ในตลาดรถมือสองตั้งแต่ 3 แสนต้นๆ ไปจนถึงประมาณ 9 แสนบาท จัดเป็นรถโมเดลเดียว (ที่ไม่เคยเปลี่ยนโฉมแบบ Modelchange เลย) ขายมายาวนานที่สุดของ Chevrolet ในไทย

ราคารถ รถ Chevrolet Captiva (เชฟโรเลต แคปติวา) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿664,000
-
฿960,000
2017
฿632,000
-
฿920,000
2016
฿600,000
-
฿880,000
2015
฿512,000
-
฿824,000
2014
฿480,000
-
฿792,000
2013
฿448,000
-
฿704,000
2012
฿416,000
-
฿672,000
2011
฿376,000
-
฿640,000
2010
฿348,000
-
฿552,000
2009
฿320,000
-
฿524,000
2008
฿292,000
-
฿428,000
2007
฿264,000
-
฿400,000