Carro

รถ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) มือสอง

  1. หน้าหลัก >
  2. ซื้อรถ
ค้นหารถ
ยี่ห้อ
รุ่น
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ
carro
ขายง่าย รวดเร็วกว่าช่องทางอื่น
อีกหนึ่งช่องทาง สำหรับการขายรถใน 24 ชั่วโมง
ค้นหารถ
ผลการค้นหา
2017 ผลการค้นหาจำนวน 11 คัน
2016 ผลการค้นหาจำนวน 7 คัน
2015 ผลการค้นหาจำนวน 50 คัน
รถ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) มือสอง
รถ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) มือสอง

Honda City มือสอง (ฮอนด้า ซิตี้ มือสอง)

ฮอนด้า เริ่มผลิต Honda City รุ่นแรก (แต่เป็นรุ่นที่ 3 ในตลาดโลก) ในประเทศไทยเมื่อปี 2539 ในฐานะรถ Sub-Compact มาพร้อมเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร ในอีก 2 ปีต่อมา จึงออกรุ่นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร HYPER เพื่อสู้กับ Toyota Soluna โดยในไทยพ่อค้ารถมือสองมักเรียกว่า ซิตี้ รุ่นแรก ซึ่งต่อมาได้เปลี่ยนโฉมเป็น Type Z ซึ่งคล้ายกับ Civic Minorchange (ในเวลานั้น) มาก
ทั้งนี้ ทางฮอนด้า ยกเลิกเป้าหมายที่จะให้ ซิตี้ เป็นที่นิยมในวงกว้างทั่วโลก เปลี่ยนมาตั้งเป้าหมายให้ ซิตี้ เป็นที่นิยมในแถบ ASEAN แทน จึงออกแบบซิตี้โฉมนี้มาเพื่อคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ โดยเปลี่ยนมาเน้นการผลิตรถ Sedan แทนรถ Hatchback
City โฉมนี้ ออกแบบมาเพื่อให้เป็นรถ "Honda Civic ย่อส่วน" ซึ่งค่อนข้างถูกใจคนเอเชีย ช่วงประตูด้านข้างและภายในของซิตี้ หยิบยืมและปรับรูปแบบมาจาก Civic โฉมไฟท้าย 2 ชั้น (EF) โดย City โฉมนี้ เป็นที่นิยมในประเทศอินเดีย, ไทย, มาเลเซีย, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และ ปากีสถาน ยิ่งโดยเฉพาะโฉมนี้ซึ่งมีฮอนด้า ซิตี้ Type Z ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษซึ่งก็เป็นที่นิยมไม่น้อยในไทย ปัจจุบันมีราคาในตลาดรถมือสองประมาณ 45,000-140,000 บาท
Honda City รุ่นที่ 2 (ปี 2002-2008)
โฉมนี้ เป็นโฉมที่ City เริ่มแข่งขันทางการตลาดกับ Toyota Soluna Vios ซึ่งแข่งกันมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งโดยรวมแล้ว ถือว่า ซิตี้ ได้เปรียบ วีออส ในเรื่องของการประหยัดเชื้อเพลิง (โดยเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ i-DSI) แต่เสียเปรียบ วีออส ในเรื่องการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ความเป็นที่นิยมของรถ (ก่อนที่จะมี City ZX นั้น ซิตี้รุ่นนี้ขายดีน้อยกว่าพอสมควร) สมรรถนะของรถ และความดูทันสมัยในรถ (เช่น วีออส ใช้หน้าปัดดิจิตอลแสดงความเร็วรถ แต่ซิตี้ยังเป็นเข็ม) สำหรับคุณภาพของตัวรถนั้นถือว่าใกล้เคียงกัน โดยรุ่นนี้มีส่งไปขายในญี่ปุ่นด้วย ในชื่อ "Fit Aria"
City โฉมนี้ มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร แบบ i-DSi และ 1.5 ลิตร แบบ VTEC มีทั้งแบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติแบบ CVT ให้เลือก ปัจจุบันมีราคาใสนตลาดรถมือสองประมาณ 130,000-250,000 บาท
Honda City รุ่นที่ 3 (ปี 2008-2014)
โฉมนี้ เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2551 โดยมี 3 รุ่นย่อยให้เลือก ได้แก่ รุ่น S , V และ SV ซึ่งรุ่น S จะมีราคาที่ถูกสุด และ SV จะมีราคาแพงที่สุด มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 120 แรงม้า
รูปทรงใหม่ที่โฉบเฉี่ยว ทันสมัย กว้างขวางขึ้น ความมู่ทู่ลดลง ประหยัดน้ำมัน รถราคาถูก และประกอบกับภาวะน้ำมันแพง ทำให้ซิตี้โฉมนี้มียอดจองทะลุเป้าหมายที่ฮอนด้าตั้งไว้
ในปี 2554 ฮอนด้าประเทศไทยได้มีการปรับโฉม Minorchange ฮอนด้า ซิตี้ และในปี 2555 ฮอนด้าได้เปิดตัวรุ่น City CNG ซึ่งเป็นรุ่นที่ใช้พลังงานทางเลือก และยังมีรุ่นพิเศษ Modulo ซึ่งตกแต่งด้วยชุดแต่งModulo ก่อนที่จะมีการปรับโฉม Full Modelchange ในปี 2557
ในปี 2556 ทาง ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ก็ได้เพิ่มตัวเลือกอีกหนึ่งตัวเลือกในรุ่น SV นั่นก็คือรุ่น SV VSA โดยมีการเพิ่ม VSA, ระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยผู้โดยสารด้านหน้า, จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก ISOFIX & Child Anchor แต่ก็ต้องขาด "เบาะด้านหลังปรับเอนได้หนึ่งระดับ" ที่มีมาให้เฉพาะในรุ่น SV ไป นอกจากนั้นอุปกรณ์ทุกอย่างเหมือนกับ SV ทุกประการ ยกเว้นราคาที่สูงกว่ารุ่น SV 14,000 บาท ซึ่งอยู่ที่ 718,000 บาท ในตอนนั้น ตอนนี้มีราคามือสองอยู่ที่ 270,000-530,000 บาท
Honda City รุ่นที่ 4 (ปี 2004-ปัจจุบัน)
โฉมนี้ เปิดตัวในประเทศไทยในเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2557โดยจะมี 5 รุ่นให้เลือกในประเทศไทย คือ รุ่น S (เกียร์ธรรมดา), V , V+ , SV และ SV+
สำหรับเครื่องยนต์ก็ยังใช้เครื่องยนต์ตัวเดิม ขนาด 1.5 ลิตร แต่พละกำลังถูกลดลงเล็กน้อยลงเหลือ 117 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยที่ 146 นิวตัน-เมตร ที่ 4,700 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์ CVT พร้อมระบบ Paddle Shift 7 สปีด และมีเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ในรุ่นล่างสุด รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ในทุกรุ่นย่อย พร้อมกับระบบ Econ Assist ที่ช่วยให้การขับขี่ประหยัดน้ำมันมากขึ้น
พร้อมทั้งยังมีโครงสร้างนิรภัย G-CON ระบบป้องกันการล็อกล้อ ABS ระบบควบคุมการทรงตัว VSA ระบบช่วยออกตัวในทางชัน HSA (ยกเว้นรุ่นเกียร์ธรรมดา) และไฟเตือนการเบรกกระทันหัน ESS เป็นอุปกรณ์เพื่อความปลอดภัยมาตรฐานในทุกรุ่นย่อย และตั้งแต่รุ่น V+ ขึ้นไปจะมีเสาครีบฉลาม (Shark Fin) และหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว
ส่วนรุ่น Minorchange ของ Honda City โฉมนี้ เปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2560 โดยมีการเปลี่ยนแปลงภายนอกคือ กระจังหน้าแบบใหม่ ที่มีลักษณะใกล้เคียงกับฮอนด้า ซีวิค และได้ใช้ไฟหน้าและไฟตัดหมอกแบบ LED ในรุ่น SV และ SV+ ส่วนไฟส่องสว่างในเวลากลางวันแบบ LED มีมาให้ในทุกรุ่นย่อย ในรุ่น V และ V+ เพิ่มฟังก์ชันกระจกมองพับเก็บด้วยไฟฟ้า ภายในมีการปรับปรุงบริเวณหน้าจอ Infotainment เล็กน้อย และมาตรวัดแบบใหม่
ส่วนระบบความปลอดภัยได้มี ABS, VSA, HSA, ESS ในทุกรุ่นย่อย กล้องมองหลังเวลาถอยจอดปรับมุมมองได้ 3 ระดับ (เฉพาะรุ่น V+, SV, SV+) และถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง สำหรับรุ่น SV+ เท่านั้น ส่วนรุ่นที่เหลือ ได้ถุงลมนิรภัยคู่หน้า 2 ตำแหน่ง ซึ่งเหมือนเดิมทุกอย่างเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนปรับโฉม ตอนนี้มีราคามือสองอยู่ที่ 340,000-650,000 บาท
Honda City มือสอง ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือก สำหรับผู้ที่ต้องการมีรถยนต์มือสองไว้ใช้งาน ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล ก็สามารถขับไปให้ถึงจุดหมายได้อย่างรวดเร็วทันใจ Carro ยังมีบริการรถยนต์มือสองให้ท่านได้เลือกสรรหลากหลายราคา ตามสภาพรถยนต์ อีกทั้งสามารถแนะนำเพื่อความเหมาะสมในการใช้งานต่อไป

ราคารถ รถ Honda City (ฮอนด้า ซิตี้) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2018
฿408,000
-
฿536,000
2017
฿392,000
-
฿520,000
2016
฿376,000
-
฿496,000
2015
฿288,000
-
฿480,000
2014
฿272,000
-
฿464,000
2013
฿256,000
-
฿368,000
2012
฿240,000
-
฿336,000
2011
฿224,000
-
฿320,000
2010
฿208,000
-
฿296,000
2009
฿192,000
-
฿280,000
2008
฿160,000
-
฿264,000
2007
฿144,000
-
฿232,000
2006
฿128,000
-
฿216,000
2005
฿100,000
-
฿200,000
2004
฿88,000
-
฿168,000
2003
฿76,000
-
฿140,000
2002
฿64,000
-
฿128,000
2001
฿64,000
-
฿104,000
2000
฿56,000
-
฿96,000
1999
฿48,000
-
฿88,000
แสดงเพิ่มเติม