Carro

รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

  1. หน้าหลัก >
  2. ซื้อรถ
ค้นหารถ
ยี่ห้อ
รุ่น
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ
carro
ขายง่าย รวดเร็วกว่าช่องทางอื่น
อีกหนึ่งช่องทาง สำหรับการขายรถใน 24 ชั่วโมง
ค้นหารถ
ผลการค้นหา
2017 ผลการค้นหาจำนวน 8 คัน
2016 ผลการค้นหาจำนวน 12 คัน
รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง
รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

Isuzu D-Max มือสอง (อีซูซุ ดีแม็คซ์ มือสอง)

Isuzu ค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างชื่อเสียงในประเทศไทย นานกว่า 60 ปี ที่อีซูซุได้รับความนิยมในไทย และสามารถครองใจคนไทยได้เป็นระยะเวลานาน เนื่องด้วยเพราะรถยนต์ของค่ายนี้นั้นมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและตรงกับความต้องการใช้งานของผู้บริโภค ทำให้กระแสของ Isuzu ไม่เคยตกลงเลย จากยอดขายเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปีของอีซูซุ ก็เป็นวันเฉลิมฉลองที่อีซูซุสามารถผลิต และจำหน่ายครบทุกรุ่นมากกว่า 4,000,000 คัน นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าอีซูซุ สามารถครองใจคนไทยได้มากเพียงไหน
ในระยะเวลา 60 ปี อีซูซุได้มีการผลิตรถออกมาหลายต่อหลายรุ่น แต่ที่ได้รับความสนใจจากชาวไทยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น รถกระบะ Isuzu D-Max ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่ประหยัดและทนทาน มาพร้อมกระบะหลังพร้อมที่จะใช้งานหนักหรือเบาได้ตามสะดวก ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบสนองความต้องการได้หลากหลาย ทำให้ Isuzu D-Max ถูกจัดว่าเป็นรถที่มีคนสนใจและมียอดขายที่ดีมากเรียกได้ว่าขายดีทุกรุ่นกันเลยทีเดียว
สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานหนัก งานเบา ทั้งหลาย ก็อย่าลืมให้อีซูซุ ดีแม็กเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกด้วย เพราะคุณจะไม่มีทางผิดหวังเลย แต่หากคุณต้องการรถสำหรับใช้งาน ด้วยงบประมาณที่จำกัด ก็ให้อีซูซุ ดีแม็คซ์มือสอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคุณ ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาในการเลือกซื้อรถกระบะอีซูซุ ดีแม็กมือสอง สามารถคลิกเข้ามาที่ Carro เพื่อจะช่วยให้คุณเลือกซื้อรถอีซูซุ ดีแม็กมือสอง ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ และราคาประหยัดมากที่สุด
ปัจจุบันรถ Isuzu D-Max ที่ผลิตออกมามีด้วยกันทั้งหมด 2 Generation หลักๆ
1. Isuzu D-Max Generation 1 (2002-2004)เป็นรถปิกอัพที่พัฒนามาจากรุ่นมังกรทอง (Dragon Eye) ภายนอกมีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ภายในมีห้องโดยสารที่กว้าง มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ 2500 ซีซี 120 แรงม้า เป็นรถเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะและรถเกียร์ออโต้ 4 จังหวะ และเครื่องยนต์ 2500 ซีซี 79 แรงม้า Isusu D-Max มือสองรุ่นนี้เป็นรุ่นที่ดูกระชับ ไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเทอะทะ เน้นความประหยัด ทนทานและดูแลง่าย
พอช่วงปลายๆ ปี 2002 Isuzu จึงส่งรุ่น "Cab4" และรุ่น "Rodeo" แบบ 4 ประตู รวมไปถึง "Hi-Lander" ขับ 2 ยกสูง ออกมาล่ายอดขายในตลาด ...
2. Isuzu D-Max Generation 2 (2004-2006)ปรับโฉมครั้งที่ 1 ของ Izusu D-Max โดยการนำเอาเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร I-TEQ Super Commonrail  146 แรงม้า มาใช้กับโฉมนี้ มีการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบจ่ายน้ำมันแรงดันสูงสุด ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยว และโซ่ รวมถึงมีการเพิ่มอุปกรณ์เล็กน้อยอย่าง กระจกข้างที่มีไฟเลี้ยวในตัว
ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 อีซูซู เสริมทัพดีแมคซ์ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ "I-TEQ 2500 Ddi" ขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์คอมมอนเรล รหัส 4JK1-TC ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า
3. Isuzu D-Max Generation 3 (2005-2006)"Super Commonrail" การปรับโฉมครั้งนี้ มีการเปลี่ยนดีไซน์ตัวถังแทบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ กันชน ฝากระโปรง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แก้มข้าง ประตูกระบะ ฝากระบะ และมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้มีขนาด 2500 ซีซี ซูเปอร์ ไฮเทค คอมมอลเรล ให้กำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า ซึ่ง Isuzu D-Max มือสองรุ่นนี้ มีให้เลือกแค่รุ่นขับเคลื่อนสองล้อเท่านั้น
4. Isuzu D-Max Generation 4 (2006-2007)อีซูซุมีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ในตระกูลไอ-เทคมาประมาณ 2 ปี จนมาถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2549 อีซูซุจึงได้ฤกษ์ในการเปิดตัว อีซูซุ ดีแม็คซ์ พร้อมกับ อีซูซุ มิว-7 โดยเครื่องยนต์นั้นได้มี การพัฒนามาจากรุ่น 4JJ1-TCX  163 แรงม้า พัฒนาให้แรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนภายนอกนั้นได้มีการออกแบบใหม่หมด โดยมีแนวคิด Hexagon Design โดยการออกแบบที่มีความโค้งมนบวกกับความแข็งแกร่ง บึกบึน
5. Isuzu D-Max Generation 5 (2007-2008)ในเดือนมีนาคม 2550 เผยโฉม "Gold Series" รุ่นนี้มีการตกแต่งเพิ่มขึ้นและให้สื่อถึงความเป็น "ทอง" ด้วยสัญลักษณ์ Isuzu สีทองที่กระจังหน้า ฝากระบะท้ายและที่พวงมาลัย รูปลักษณ์ด้านหน้า ออกแบบพิเศษ Full Face Grille เป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่ล้ำหน้า หรูหรา เน้นรูปทรงด้านหน้าให้โดดเด่นอย่างมีสไตล์
6. Isuzu D-Max Generation 6 (2008-2009)9 ตุลาคม 2551 "อีซูซุ" จัดงานเปิดตัว Isuzu D-Max Platinum จากความหรูหราระดับทอง สู่ความเหนือระดับแบบแพลตตินั่ม มีการตกแต่งใหม่ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้า ไฟหน้าแบบ Projector พร้อมเลนส์สีขาว เพิ่มความหรูหราด้วยกรอบโครเมี่ยมแวววาวทั้งภายนอกและภายใน มีเครื่องเล่นเพลงที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ เน้นลูกเล่นภายในรถให้ครบครันมากขึ้น
7. Isuzu D-Max Generation 7 (2009-2010)17 กันยายน 2552 "อีซูซุ" เปิดตัว Isuzu D-Max Super Platinum ซึ่งได้รับการปรับโฉมเล็กน้อย อาทิ กันชนหน้า กระจังหน้า ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วย "ไอ-จินนี่" ระบบนำทางที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากผู้ผลิตครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย
8. Isuzu D-Max Generation 8 (2010-2011)
Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max X-Series (อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์- ซีรี่ส์) ใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบรถกระบะแนวสปอร์ตโดยเฉพาะ ใส่ชุดแต่งทั้งภายนอกและภายใน เน้นสีดำ-แดง
23 กันยายน 2553 อีซูซุ เปิดตัว "Isuzu D-Max และ MU-7 "Super Titanium" (ซูเปอร์ ไททาเนียม) อีกแล้ว! และเป็นครั้งสุดท้ายที่มีปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ของรุ่นนี้ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในวงการรถปิคอัพในเมืองไทย ที่มีการติดตั้ง กล้องมองภาพด้านหน้า หรือที่ อีซูซุ เรียกว่า Titanium Vision ช่วยในการมองภาพในมุมอับเวลาถอยจอด โดยกล้องมองภาพด้านหน้า มีมุมมองด้านหน้า กว้าง 190 องศา ในขณะที่ด้านหลัง กว้าง 135 องศา
9. Isuzu D-Max (2011-2016)
โฉมใหม่หมด! เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อ 29 กันยายน 2554 ชูรูปลักษณ์สปอร์ตรอบคัน โฉบเฉี่ยวตั้งแต่หัวจดท้าย ดีไซน์ด้านหน้าแบบ 3 มิติ ชัดลึกในการมองเห็น ไฟหน้าขนาดใหญ่ พร้อมไฟท้ายแบบ LED ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในวงการปิกอัพ เพิ่มตัวถังแค็บเปิดได้ แบ่งเป็น 26 รุ่นย่อย
มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ 2500 Ddi VGS Turbo หรือเทอร์โบแปรผัน ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที พร้อมปรับประสิทธิภาพเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS Turbo ให้แรงม้าได้สูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที ส่วนเครื่องยนต์ 2500 Ddi TURBO ยังเป็น 116 แรงม้า เหมือนเดิม
ระบบส่งกำลังใหม่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม "REV-Tronic" เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามใจ และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ "Sport-Shift"
นอกจากนี้ อีซูซุยังจัดรุ่นสปอร์ตออฟโรด "D-Max V-Cross" (ดีแมคซ์ วี-ครอส) ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมลุยได้กับทุกสภาวะด้วย "Terrain Command" ปรับโหมดขับขี่ได้ตามใจสั่ง ทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ปฏิวัติช่วงล่างใหม่  ด้วยระยะยืดช่วงล้อที่สูงพิเศษ ลุยสะใจทุกสภาวะ แต่นุ่มนวล ด้วยช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ผสานช่วงล่างหลังแบบ Over Slung แหนบเหนือเพลาขนาดยาวพิเศษ (Long Span)
หลังจากนั้น ก็มีปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ทุกปี เช่น รุ่น "ซูเปอร์เดย์ไลท์" เพิ่มไฟ Daytime Running Light หรือรุ่นพิเศษ อีซูซุดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ ฉลอง 99 ปี อีซูซุ เป็นต้น
11. Isuzu D-Max "Blue Power" (2015-ปัจจุบัน)
เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 Isuzu เปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ ใหม่ พัฒนาภายใต้แนวคิด "The Power of Less" มีเป้าหมายสำคัญสูงสุด 3 ด้าน คือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ซึ่งถือเป็นการใช้เครื่องยนต์ขนาดนี้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรกของโลก ทั้งยังพัฒนาระบบส่งกำลังใหม่เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
ความน่าสนใจอยู่ที่การยกเลิกเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร และหันมาวางบล็อกใหม่ขนาด 1.9 ลิตร ในชื่อ "1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์" 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการปิกอัพ พร้อมเคลมว่าให้พละกำลังดี ประหยัดน้ำมัน และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยที่สุดในรถระดับเดียวกัน มาพร้อมเกียร์ธรรมดาแบบ 6 สปีด (ช่วงแรกเครื่องยนต์บล็อกนี้ ยังมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 สปีด) ทั้งนี้อีซูซุยังคงทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร 177 แรงม้า เอาไว้ รวมถึงปรับรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย พร้อมออพชั่นอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารอย่างระบบความบันเทิง Isuzu Connect World ที่สามารถใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้
เครื่องยนต์ "อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์" รหัส RZ4E-TC ขนาด 1.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที
บทสรุป ... สำหรับ Isuzu D-Max ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถกระบะมือสองรุ่นยอดนิยมสุดๆ รูปทรงสวย ทนทาน อะไหล่หาง่าย คุณภาพคับแก้ว แข็งแกร่งและประหยัดตามสไตล์อีซูซุ ราคาขายต่อที่ตกน้อย

ราคารถ รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2012
฿280,000
-
฿528,000
2011
฿264,000
-
฿512,000
2010
฿240,000
-
฿496,000
2009
฿200,000
-
฿456,000
2008
฿172,000
-
฿408,000
2007
฿156,000
-
฿368,000
2006
฿124,000
-
฿328,000
2005
฿112,000
-
฿264,000
2004
฿100,000
-
฿248,000
2003
฿88,000
-
฿224,000
2002
฿76,000
-
฿208,000
แสดงเพิ่มเติม