Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

2017 ผลการค้นหาจำนวน 12 คัน
2016 ผลการค้นหาจำนวน 14 คัน
รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง
รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

Isuzu D-Max มือสอง (อีซูซุ ดีแมคซ์ มือสอง)

Isuzu (อีซูซุ) ค่ายรถยนต์จากประเทศญี่ปุ่นที่เข้ามาสร้างชื่อเสียงในประเทศไทย นานกว่า 60 ปี ที่อีซูซุได้รับความนิยมในไทย และสามารถครองใจคนไทยได้เป็นระยะเวลานาน เนื่องด้วยเพราะรถยนต์ของค่ายนี้นั้นมีคุณภาพที่ยอดเยี่ยมและตรงกับความต้องการใช้งานของผู้บริโภค ทำให้กระแสของ Isuzu ไม่เคยตกลงเลย จากยอดขายเมื่อปี 2560 ซึ่งเป็นวันครบรอบ 60 ปีของอีซูซุ ก็เป็นวันเฉลิมฉลองที่อีซูซุสามารถผลิต และจำหน่ายครบทุกรุ่นมากกว่า 4,000,000 คัน นี่จึงเป็นข้อพิสูจน์ว่าอีซูซุ สามารถครองใจคนไทยได้มากเพียงไหน

ในระยะเวลา 60 ปี อีซูซุได้มีการผลิตรถออกมาหลายต่อหลายรุ่น แต่ที่ได้รับความสนใจจากชาวไทยมากที่สุดคงหนีไม่พ้น รถกระบะ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแมคซ์) ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นรถที่ประหยัดและทนทาน มาพร้อมกระบะหลังพร้อมที่จะใช้งานหนักหรือเบาได้ตามสะดวก ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตอบสนองความต้องการได้หลากหลาย ทำให้ Isuzu D-Max ถูกจัดว่าเป็นรถที่มีคนสนใจและมียอดขายที่ดีมากเรียกได้ว่าขายดีทุกรุ่นกันเลยทีเดียว

สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานหนัก งานเบา ทั้งหลาย ก็อย่าลืมให้ Isuzu D-Max เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกด้วย เพราะคุณจะไม่มีทางผิดหวังเลย แต่หากคุณต้องการรถสำหรับใช้งาน ด้วยงบประมาณที่จำกัด ก็ให้ Isuzu D-Max มือสอง เป็นอีกหนึ่งทางเลือกของคุณ ถ้าคุณต้องการคำปรึกษาในการเลือกซื้อรถกระบะ Isuzu D-Max มือสอง สามารถคลิกเข้ามาที่ Carro เพื่อจะช่วยให้คุณเลือกซื้อรถ Isuzu D-Max มือสอง ในสภาพที่สมบูรณ์แบบ และราคาประหยัดมากที่สุด

ปัจจุบันรถ Isuzu D-Max ที่ผลิตออกมา มีด้วยกันทั้งหมด 2 Generation หลักๆ ได้แก่ ...

Isuzu D-Max ปี 2002 - 2004

Isuzu D-Max รุ่นแรก ปี 2545 - 2547 เป็นรถกระบะที่พัฒนามาจากรุ่นมังกรทอง (Dragon Eye) เปิดเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2545 เรียกได้ว่าเป็นรถกระบะที่สมบูรณ์แบบที่สุดของอีซูซุเท่าที่เคยมีมา ชื่อรุ่น "D" มาจากภาษาไทย หมายถึง "ดี" ส่วน "Max" มาจากภาษาอังกฤษที่แปลว่า "ที่สุด" เปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ประเทศไทย และได้สร้างกระแส "ดีแมคซ์ ฟีเวอร์" ด้วยยอดจองสูงกว่า 10,000 คัน ภายใน 10 วันแรกของการออกสู่ตลาด และยอดจองกว่า 22,000 คัน ภายในระยะเวลาเพียงเดือนเศษๆ พร้อมทำยอดขายสูงถึง 100,000 คัน ในเวลาเพียง 1 ปี

มีให้เลือกทั้งกระบะตอนเดียว Spark EX, กระบะมีแค็บ Space Cab และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ Rodeo

ภายนอกมีการออกแบบใหม่ทั้งหมด ภายในมีห้องโดยสารที่กว้าง มีเครื่องยนต์ให้เลือก 2 แบบคือ เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 120 แรงม้า เป็นรถเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และรถเกียร์ออโต้ 4 สปีด และเครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตร 79 แรงม้า

Isuzu D-Max มือสองรุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ดูกระชับ ไม่ใหญ่ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเทอะทะ เน้นความประหยัด ทนทาน และดูแลง่าย

พอช่วงปลายๆ ปี 2545 Isuzu จึงส่งรุ่น "Cab4" และรุ่น "Rodeo" แบบ 4 ประตู รวมไปถึง "Hi-Lander" ขับ 2 ยกสูง ออกมาล่ายอดขายในตลาด

Isuzu D-Max ปี 2547 - 2548 ปรับโฉมครั้งที่ 1 ของ Isuzu D-Max โดยการนำเอาเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตร I-TEQ Super Commonrail  146 แรงม้า มาใช้กับโฉมนี้ มีการพัฒนาและปรับปรุงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ระบบจ่ายน้ำมันแรงดันสูงสุด ชุดขับเคลื่อนเพลาลูกเบี้ยว และโซ่ รวมถึงมีการเพิ่มอุปกรณ์เล็กน้อยอย่าง กระจกข้างที่มีไฟเลี้ยวในตัว

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2548 อีซูซู เสริมทัพดีแมคซ์ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ "I-TEQ 2500 Ddi" ขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์คอมมอนเรล รหัส 4JK1-TC ให้แรงม้าสูงสุด 116 แรงม้า

Isuzu D-Max ปี 2005 - 2008

Isuzu D-Max ปี 2548 - 2549 ในวันที่ 20 กันยายน 2548 แนะนำ อีซูซุ ดีแมคซ์ "Super Commonrail" การปรับโฉมครั้งนี้ มีการเปลี่ยนดีไซน์ตัวถังแทบทั้งหมด เริ่มตั้งแต่ กันชน ฝากระโปรง ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ แก้มข้าง ประตูกระบะ ฝากระบะ

และมีการปรับเปลี่ยนเครื่องยนต์ให้มีขนาด 2.5 ลิตร ซูเปอร์ ไฮเทค คอมมอลเรล ให้กำลังสูงสุดถึง 116 แรงม้า ซึ่ง Isuzu D-Max มือสองรุ่นนี้ มีให้เลือกแค่รุ่นขับเคลื่อนสองล้อเท่านั้น

ช่วงงาน Motor Show 2006 อีซูซุ ฉลองยอดขาย 500,000 คัน ของอีซูซุ ดีแมคซ์ พร้อมนำเสนอ อีซูซุ ดีแมคซ์ ซูเปอร์คอมมอนเรล รุ่นพิเศษ "Limited" ทั้งแบบ Rodeo และ Hi-Lander มีจำหน่ายเพียงแค่รุ่นละ 90 คันเท่านั้น

Isuzu D-Max ปี 2549 - 2550 อีซูซุมีการพัฒนาเครื่องยนต์รุ่นใหม่ในตระกูลไอ-เทคมาประมาณ 2 ปี จนมาถึงวันที่ 8 สิงหาคม 2549 Isuzu จึงได้ฤกษ์ในการเปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ พร้อมกับ Isuzu MU-7 โดยเครื่องยนต์นั้นได้มี การพัฒนามาจากรุ่น 4JJ1-TCX  163 แรงม้า พัฒนาให้แรงขึ้นกว่าเดิม ส่วนภายนอกนั้นได้มีการออกแบบใหม่หมด โดยมีแนวคิด Hexagon Design โดยการออกแบบที่มีความโค้งมนบวกกับความแข็งแกร่ง บึกบึน

สำหรับรุ่นเกียร์ออโต้ ได้เพิ่มเกียร์รุ่นใหม่ "Maxmatic III" 4 สปีด พร้อม Overdrive และระบบ 3rd Start Mode ป้องกันการลื่นไถล เมื่อออกรถบนทางลื่น ในรุ่นเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS Turbo และยังคงเกียร์รุ่น "Maxmatic II" 4 สปีด เอาไว้ในรุ่นเครื่องยนต์ 3000 Ddi เช่นเดิม ทั้งยังเพิ่มเครื่องยนต์ 2500 Ddi ใน D-Max Hi-Lander รุ่น 2 ประตู – 4 ประตู และ Rodeo 4WD อีกด้วย

 

Isuzu D-Max ปี 2550 - 2551 ในเดือนมีนาคม 2550 เผยโฉม "Gold Series" เฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีทอง การดำเนินกิจการอีซูซุในประเทศไทย และฉลองยอดผลิต และยอดจำหน่ายอีซูซุทุกรุ่นครบ 2,000,000 คัน รุ่นนี้มีการตกแต่งเพิ่มขึ้นและให้สื่อถึงความเป็น "ทอง" ด้วยสัญลักษณ์ Isuzu สีทองที่กระจังหน้า ฝากระบะท้ายและที่พวงมาลัย รูปลักษณ์ด้านหน้า ออกแบบพิเศษ Full Face Grille เป็นเอกลักษณ์ใหม่ที่ล้ำหน้า หรูหรา เน้นรูปทรงด้านหน้าให้โดดเด่นขึ้น

 

ในเดือนพฤศจิกายน 2550 อีซูซุ ได้ออกรุ่นพิเศษอย่าง D-Max Gold Series "Speed" ขับ 2 ล้อ เกียร์ธรรมดา ใส่ชุดแต่งทั้งคัน มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์แบบ 2.5 ลิตร และขนาด 3.0 ลิตร และ D-Max Cab4 Gold Series "GT" ขับเคลื่อน 4 ล้อ ใส่ชุดแต่งรอบคัน จำนวนจำกัด มีใเฉพาะเครื่องยนต์แบบ 3.0 ลิตร เท่านั้น

Isuzu D-Max ปี 2008 - 2011

 

Isuzu D-Max ปี 2551 - 2552 ในวันที่ 9 ตุลาคม 2551 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max Platinum (แพลททินั่ม) จากความหรูหราระดับทอง สู่ความเหนือระดับแบบแพลตตินั่ม มีการตกแต่งใหม่ไม่ว่าจะเป็น กระจังหน้า ไฟหน้าแบบ Projector พร้อมเลนส์สีขาว เพิ่มความหรูหราด้วยกรอบโครเมี่ยมแวววาวทั้งภายนอกและภายใน มีเครื่องเล่นเพลงที่ควบคุมการทำงานด้วยระบบสัมผัสหน้าจอ เน้นลูกเล่นภายในรถให้ครบครันมากขึ้น

Isuzu D-Max ปี 2552 - 2553 ในวันที่ 17 กันยายน 2552 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max Super Platinum ซึ่งได้รับการปรับโฉมเล็กน้อย อาทิ กันชนหน้า กระจังหน้า ล้ออัลลอยด์ลายใหม่ พร้อมเพิ่มทางเลือกด้วย "ไอ-จินนี่" ระบบนำทางที่ติดตั้งเป็นมาตรฐานจากผู้ผลิตครั้งแรกในตลาดปิกอัพเมืองไทย

Isuzu D-Max ปี 2553 - 2554 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max X-Series (อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์- ซีรี่ส์) ใหม่ เจาะกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชอบรถกระบะแนวสปอร์ตโดยเฉพาะ ใส่ชุดแต่งทั้งภายนอกและภายใน เน้นสีดำ-แดง

23 กันยายน 2553 Isuzu เปิดตัว "Isuzu D-Max และ MU-7 "Super Titanium" (ซูเปอร์ ไททาเนียม) อีกแล้ว! และเป็นครั้งสุดท้ายที่มีปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ของรุ่นนี้ โดยครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกในวงการรถปิคอัพในเมืองไทย ที่มีการติดตั้ง กล้องมองภาพด้านหน้า หรือที่ อีซูซุ เรียกว่า Titanium Vision ช่วยในการมองภาพในมุมอับเวลาถอยจอด โดยกล้องมองภาพด้านหน้า มีมุมมองด้านหน้า กว้าง 190 องศา ในขณะที่ด้านหลัง กว้าง 135 องศา

Isuzu D-Max ปี 2011 - 2015

Isuzu D-Max เจเนอเรชั่นที่ 2 โฉมใหม่หมด! เปิดตัวครั้งแรกในโลกเมื่อ 29 กันยายน 2554 ชูรูปลักษณ์สปอร์ตรอบคัน โฉบเฉี่ยวตั้งแต่หัวจดท้าย ดีไซน์ด้านหน้าแบบ 3 มิติ ชัดลึกในการมองเห็น ไฟหน้าขนาดใหญ่ พร้อมไฟท้ายแบบ LED ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่นำมาใช้ในวงการปิกอัพ เพิ่มตัวถังแค็บเปิดได้ แบ่งเป็น 26 รุ่นย่อย

มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ 2500 Ddi VGS Turbo หรือเทอร์โบแปรผัน ให้แรงม้าสูงสุด 136 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที พร้อมปรับประสิทธิภาพเครื่องยนต์ 3000 Ddi VGS Turbo ให้แรงม้าได้สูงสุด 177 แรงม้าที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที

ส่วนเครื่องยนต์ 2500 Ddi TURBO ยังเป็น 116 แรงม้า เหมือนเดิม ระบบส่งกำลังใหม่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อม "REV-Tronic" เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามใจ และเกียร์ธรรมดา 5 สปีด แบบ "Sport-Shift

"

ห้องโดยสารดีไซน์ใหม่หมด ใหญ่ระดับ First-Class ดีไซน์แบบ Deluxe Capsule ผสานความลงตัวแบบ Universal Design ออกแบบผลิตภัณฑ์ให้ใช้งานง่าย สะดวกสบาย เหมาะกับคนทุกสรีระ แผงหน้าปัดแบบ Super Vision พร้อมด้วย Multi-Information Display ขนาดใหญ่ แสดงข้อมูลการขับขี่หลากหลายรูปแบบ พร้อมโหมดภาษาไทย ปรับความสว่างอัตโนมัติ

มีระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Automatic Air Cooler เพิ่มระบบล็อกประตูอัตโนมัติ (Auto-Door Lock) เมื่อรถวิ่งถึงความเร็วประมาณ 20 - 25 กม./ชม. และระบบป้องกันกระจกหนีบ Window Jam Protection ด้านคนขับ เป็นต้น

ช่วงล่างใหม่ "i-Grip Platform" หรือ Isuzu Gravity Responsive Intelligent Platform ขยายขนาดฐานล้อ ความกว้างช่วงล้อ พร้อมจัดวางตำแหน่งเครื่องยนต์ใหม่ ให้อยู่เยื้องหลังล้อคู่หน้า ช่วยให้กระจายน้ำหนักสมดุลขึ้น แชสซีส์ Multi-piece Rip Rail พื้นที่หน้าตัดขนาด 90 x 173.6 มม. ขนาดใหญ่สุดในรถระดับเดียวกัน แข็งแกร่งกว่าเดิมถึง 42%

ช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ช่วงล่างหลังแบบแหนบขนาดยาวพิเศษ (Long Span) ทรงตัวเป็นเยี่ยมในทุกสภาวะ ทั้งรถเปล่าหรือบรรทุก

นอกจากนี้ อีซูซุยังจัดรุ่นสปอร์ตออฟโรด "D-Max V-Cross" (ดีแมคซ์ วี-ครอส) ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมลุยได้กับทุกสภาวะด้วย "Terrain Command" ปรับโหมดขับขี่ได้ตามใจสั่ง ทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ปฏิวัติช่วงล่างใหม่  ด้วยระยะยืดช่วงล้อที่สูงพิเศษ ลุยสะใจทุกสภาวะ แต่นุ่มนวล ด้วยช่วงล่างหน้าแบบอิสระปีกนก 2 ชั้น พร้อมคอยล์สปริง ผสานช่วงล่างหลังแบบ Over Slung แหนบเหนือเพลาขนาดยาวพิเศษ (Long Span)

ในเดือนพฤศจิกายน 2555 Isuzu ฉลองยอดผลิตครบ 3 ล้านคันในประเทศไทย ด้วยการ เปิดตัว Isuzu D-MAX X-Series รุ่นพิเศษ ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายใน โดยยังคงใช้ธีมแบบ X-Series รุ่นก่อนหน้า ใช้โทนสีแดง-ดำ พร้อมตราสัญลักษณ์ Isuzu สีแดงที่กระจังหน้ารถ ป้ายชื่อรุ่น Hi-Lander และ Speed ตราสัญลักษณ์ X-Series ที่กระบะท้าย พร้อมลายคาดคู่หน้า-หลัง

หลังจากนั้น ก็มีปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ทุกปี เช่น ช่วงเดือนพฤศจิกายน 2556 เปิดตัว "D-MAX Super Daylight" มากับโคมไฟหน้ารมดำ พร้อมปรับเปลี่ยนลวดลายไฟหน้า-ไฟท้าย ใหม่ ช่องไฟตัดหมอก ติดตั้งไฟวิ่งกลางวัน Daytime Running Light ตามชื่อรุ่น นอกจากนี้ในโฉม X-Series ก็ติดตั้งชุดไฟ DRL ด้วยเช่นกัน

 

Isuzu D-Max "Blue Power" ปี 2015 - ปัจจุบัน

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2558 Isuzu เปิดตัว อีซูซุ ดีแมคซ์ ใหม่ พัฒนาภายใต้แนวคิด "The Power of Less" มีเป้าหมายสำคัญสูงสุด 3 ด้าน คือ กำลังเครื่องยนต์สูงสุด ค่ามลพิษต่ำสุด ประหยัดน้ำมันสูงสุด ซึ่งถือเป็นการใช้เครื่องยนต์ขนาดนี้กับรถปิกอัพเป็นครั้งแรกของโลก

ภายนอกออกแบบกระจังหน้าใหม่ มีแบบโครเมียมและสีเทา ชุดไฟตัดหมอกใหม่ โคมไฟโปรเจคเตอร์รมดำ เสาอากาศแบบ Shark Fin กระบะท้ายติดตั้ง Build-in Spoiler ส่วนล้ออัลลอยใหม่ขนาด 18 นิ้ว มีให้ในรุ่น V-Cross 4x4 และ Hi-Lander Z-Prestige ขณะที่ล้อ 16 นิ้วสองลายใหม่ แบ่งเป็นรุ่นสำหรับ Hi-Lander Z, Cab 4 และ Spacecab

ภายในติดตั้งมาตรวัดเรืองแสง Super Vision แบบใหม่ หน้าจอ Cloor Display MID ค้นหาโหมดต่างๆ ได้สะดวก และรุ่นเกียร์ธรรมดามีไฟเตือนเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ Genius Sport Shift ชุดเบาะสีโทนใหม่ ชุดลำโพงมีการเพิ่ม Roof Speaker บนเพดานให้ด้วย

ความน่าสนใจอยู่ที่การยกเลิกเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.5 ลิตร และหันมาวางบล็อกใหม่ขนาด 1.9 ลิตร ในชื่อ "1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์" 150 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตัน-เมตร ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในวงการปิกอัพ พร้อมเคลมว่าให้พละกำลังดี ประหยัดน้ำมัน และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) น้อยสุดในรถระดับเดียวกัน มาพร้อมเกียร์ธรรมดาที่พัฒนาใหม่แบบ 6 สปีด (ช่วงแรกเครื่องยนต์บล็อกนี้ ยังมีเฉพาะเกียร์ธรรมดา 6 สปีด)

ทั้งนี้ อีซูซุยังคงทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร 177 แรงม้า เอาไว้ รวมถึงปรับรูปลักษณ์ภายนอกเล็กน้อย พร้อมออพชั่นอำนวยความสะดวกภายในห้องโดยสารอย่างระบบความบันเทิง Isuzu Connect World ที่สามารถใช้เชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้

เครื่องยนต์ "อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์" รหัส RZ4E-TC ขนาด 1.9 ลิตร ให้แรงม้าสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที

เดือนตุลาคม 2560 อีซูซุ ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 60 ปีการทำธุรกิจในไทย เปิดตัว D-Max โฉมไมเนอร์เชนจ์ ประกอบด้วยรุ่น 1.9 Ddi Blue Power และรุ่น 3.0 Ddi Blue Power ติดตั้งอุปกรณ์มาตรฐานใหม่ๆ อาทิ ไฟหน้าใหม่แบบ Bi-LED พร้อมระบบ Multifunctional Daylight ปรับระดับสูง-ต่ำของไฟหน้าได้ 4 ระดับ ระบบความบันเทิง Isuzu iConnect ทำงานผ่านจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ทโฟนแบบไร้สายผ่านฟังก์ชั่น Air Mirroring ด้วย Wi-Fi Dongle พร้อม Built-in Navigator และอีซูซุ อินไซท์ ที่โหลดข้อมูลผ่าน Smartphone ได้

นอกจากนี้ยังมีเกียร์ธรรมดา 6 สปีด พร้อมเกียร์ Overdrive 2 ตำแหน่ง คือ เกียร์ 5 และ 6 ให้เลือกในรุ่น 1.9 Ddi Blue Power ที่ใช้อัตราทดใหม่ ทรงพลัง ให้กำลังฉุดลากสูงยิ่งขึ้น ออกตัวดีแม้บรรทุกหนัก

ในช่วงปลายเดือนมกราคม 2561 Isuzu เปิดตัว D-Max X-Series 1.9 Ddi Blue Power ใหม่ ประกอบด้วย X-Series Speed, X-Series Hi-Lander และใหม่ล่าสุด! อย่างรุ่นย่อย Speed Cab4 4 ประตู

ภายนอกตกแต่งด้วยกระจังหน้าใหม่ สเกิร์ตรอบคัน สติกเกอร์คาดหน้า-หลังพร้อมสัญลักษณ์ X และตราสัญลักษณ์ Isuzu สีแดง ไฟหน้าแบบ Bi-LED ปรับระดับสูง-ต่ำได้ 4 ระดับ ไฟ Multifunctional Daylight แบบ Built-in ใหม่สไตล์สปอร์ต รุ่น Speed Cab4 เพิ่มเสาข้างประตูสีดํา Blackout Film ล้ออัลลอยลายใหม่สีเทาดำ ขนาด 16 นิ้ว

ห้องโดยสารมากับชุดเบาะทูโทน สีดำ/แดง แต่งด้วยลาย Honeycomb พร้อมสัญลักษณ์ X ที่เบาะคู่หน้า (ส่วนรุ่น Hi-Lander ตกแต่งด้วยเบาะกึ่งหนังแท้ เดินด้ายสีแดง) แผงแดชบอร์ดมีชุดตกแต่งสีดำ Piano Black Style ผิวสัมผัสแบบ Soft Touch เดินด้ายสีแดง ชุดโครเมียมประดับช่องแอร์และที่เปิดประตูด้านใน พร้อมสัญลักษณ์ X-Series บนแถบสีแดงบนคอนโซลหน้า ชุดตกแต่งแผงข้างประตูสีแดงลวดลาย Honeycomb เป็นต้น

ล่วงมาจนถึงเดือนตุลาคม 2561 Isuzu เปิดตัว Isuzu D-Max Hi-Lander Stealth และ Isuzu V-Cross Max 4×4 ตกแต่งใหม่ ชื่อเดียวกับเครื่องบินรบชื่อดังในอดีตอย่าง F-117 Nighthawk "Stealth"

 

กับแพคเกจตกแต่งภายนอก Stealth Black Exterior กระจังหน้าใหม่ สเกิร์ตหน้าใหม่ ไฟตัดหมอกสีดำ ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว และกันชนท้ายใหม่ ภายในตกแต่งด้วยแพคเกจ Stealth Black Interior ใช้คู่สีแบบทูโทน เบาะกึ่งหนังแท้สีดำ และมีตราสัญลักษณ์ Stealth เพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่แผงข้างประตู

อีกทั้งยังเผยโฉม Isuzu V-Cross Max 4×4 มากับการตกแต่งใหม่ด้วยชุดแต่ง Max 4×4 ประกอบด้วย Bumper Ganish โทนเทาดำ, กระจังหน้า, Front Bumper Guard แบบทูโทน, ล้ออัลลอยสีทูโทนขนาด 18 นิ้ว สี Matt Black และกันชนท้ายโทนเทาดำ

ส่วนภายใน เบาะนั่งกึ่งหนังแท้ทูโทน สีน้ำตาล-ดำ เดินด้ายสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมปักตราสัญลักษณ์ V-Cross, จอทัชสกรีนรุ่นใหม่ขนาด 8 นิ้ว, กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ พร้อมกล้องบันทึกภาพด้านหน้าขณะขับ และมีระบบ Brake Override System (BOS) เฉพาะรุ่นเกียร์อัตโนมัติเท่านั้น

ยังไม่จบ ... ในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 Isuzu ได้เปิดตัว D-Max Stealth เอาใจคนชอบปิกอัพพันธุ์ดุ ทั้งรุ่น 4 ประตู และ 2 ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์

 

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Isuzu D-Max เทียบกับรถกระบะรุ่นคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux Vigo, Toyota Hilux Revo, Nissan Navara, Mitsubishi Triton, Mazda BT-50, TATA Xenon หรือจะเป็น Ford Ranger, Chevrolet Colorado และ Foton Tunland ได้อย่างสบายๆ

บทสรุป ... สำหรับ Isuzu D-Max มือสอง ในปัจจุบัน ก็ยังถือเป็นรถกระบะมือสองรุ่นยอดนิยมสุดๆ รูปทรงสวย ทนทาน อะไหล่หาง่าย คุณภาพคับแก้ว แข็งแกร่งและประหยัดตามสไตล์อีซูซุ แถมราคาขายต่อที่ตกน้อยอีกด้วย

ราคารถ รถ Isuzu D-Max (อีซูซุ ดีแม็คซ์) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2012
฿280,000
-
฿528,000
2011
฿264,000
-
฿512,000
2010
฿240,000
-
฿496,000
2009
฿200,000
-
฿456,000
2008
฿172,000
-
฿408,000
2007
฿156,000
-
฿368,000
2006
฿124,000
-
฿328,000
2005
฿112,000
-
฿264,000
2004
฿100,000
-
฿248,000
2003
฿88,000
-
฿224,000
2002
฿76,000
-
฿208,000