Carro
ลงขายรถมือสองด่วนภายใน 24 ชม.
carro
ค้นหารถ
รายละเอียดรถ
ช่วงราคา (บาท)
รูปแบบการซื้อ

รถ Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) มือสอง

2006 ผลการค้นหาจำนวน 15 คัน
2005 ผลการค้นหาจำนวน 24 คัน
รถ Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) มือสอง
รถ Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) มือสอง

Nissan Sunny มือสอง (นิสสัน ซันนี่ มือสอง)

Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) เป็นรถที่ผลิตขึ้นในปี 2509-2549 โดยบริษัท สยามกลการ จำกัด (และ นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย) ซึ่งเป็นรถขนาด Compact ซีดาน 4 ประตู รถ นิสสัน ซันนี่ เป็นรถยอดนิยมมากในอดีต และขายดีมากที่สุดของค่ายรถนิสสัน ประเทศไทย ในอดีต

ซึ่ง นิสสัน ซันนี่ มือสอง เป็นรถที่มีเอกลักษณ์ ตัวรถสวยงาม นำไปแต่งใหม่แล้วจะทำให้รถมีความโดดเด่น เป็นโมเดลมากยิ่งขึ้น จุดเด่นของรถ นิสสันซันนี่ เป็นรถที่ประหยัดน้ำมัน เนื่องจากบริษัทผู้ที่ผลิตเน้นเรื่องความประหยัดจึงทำให้รถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่สิ้นเปลืองเมื่อเทียบกับคู่แข่ง

โดยรถ Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) ผลิตขึ้นมา 12 รุ่น ดังนี้

Nissan Sunny รุ่นที่ 1 (B10) รุ่นแรกนี้มีชื่อว่า ดัทสัน 1000 เปิดตัวในเดือนกันยายน 2509 มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร ใช้เกียร์ธรรมดา 4 สปีด มีตัวถังให้เลือก 2 แบบ คือ แบบซีดาน 2 ประตู และแบบ 2 ประตูแวกอน

Nissan Sunny รุ่นที่ 2 (B110) หลังจากที่ได้ผลิตรถรุ่น ดัทสัน 1000 ต่อมาก็ได้ผลิตรถ ดัทสัน 1200 มีขนาดที่ใหญ่กว่ารุ่นแรก เป็นรถที่กลุ่มลูกค้านิยมซื้อกันเป็นจำนวนมาก มีจุดเด่นเรื่องการประหยัดน้ำมัน ซึ่งจุดเด่นดังกล่าวก็คงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงนั้นยังไม่มีเทคโนโลยีเข้ามาเกี่ยวข้องกับชีวิตมากนัก ทำให้รถยังไม่ได้พัฒนา ซันนี่ ใช้น้ำมัน 1 ลิตร สามารถขับได้ถึง 10 กิโลเมตร ในบ้านเรามีทั้งรุ่น 2 ประตูซีดาน, 2 ประตูคูเป้, 4 ประตูซีดาน และ 2 ประตูแวกอน

Nissan Sunny รุ่นที่ 3 (B210) มีชื่อว่า ดัทสัน 120Y เป็นรถที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นเป็นอย่างมาก และมียอดขายอย่างล้นหลาม ด้วยรถที่มีความกะทัดรัด 4 ประตู มีลักษณะเหมือนรถเก๋ง และ รถในรุ่นนี้ราคาไม่แพง ถือว่าเป็นที่ราคาถูก ทำให้กลุ่มลูกค้าให้ความสนใจและเลือกซื้อมาเป็นจำนวนมาก ในบ้านเรามีเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน และ 2 ประตูแวกอน ส่วนในแบบ 2 ประตูคูเป้ อดีตมีคนนำเข้ามาบ้าง แต่หายาก

Nissan Sunny รุ่นที่ 4 (B310) ในต่างประเทศใช้ชื่อว่า Datsun 130Y, 150Y ขายควบคู่ไปกับ 120Y และ 140Y ในไทย รุ่นไฟกลมมาก่อน ต่อมาไมเนอร์เชนจ์เป็นไฟเหลี่ยม มีเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร และรูปแบบรถ 4 ประตูซีดาน และ 3 ประตูแฮทช์แบค รวมไปถึงแบบแวกอน ที่มีคนนำเข้ามาบ้าง

Nissan Sunny ปี 1983 - 1996

Nissan Sunny

Nissan Sunny รุ่นที่ 5 (B11) เป็นที่รู้จักกันในประเทศไทย โดยพ่อค้าที่ขายรถในประเทศให้ชื่อว่า "Sunny FF" ในไทยได้จำหน่ายรุ่นนี้เป็นเวลา 13 ปี ตั้งแต่เดือนมกราคม 2526 - 2539 เนื่องจากเป็นที่มีราคาไม่แพง เน้นทำตลาดในกลุ่มเด็กมหาวิทยาลัย คนเริ่มต้นทำงานใหม่ๆ และคนเพิ่งเริ่มต้นมีครอบครัว

มีเฉพาะเครื่องยนต์ขนาด 1.3 ลิตร รหัส E13S 74 แรงม้า และ 1.5 ลิตร รหัส E15 75 แรงม้า และ 85 แรงม้า ในรุ่นหัวฉีด EGI (ภายหลังเหลือแค่ 1.3 ลิตร อย่างเดียว) รูปแบบรถมีให้เลือกทั้งแบบ 4 ประตูซีดาน และ 3 ประตูแฮทช์แบค ต่อมาจึงเหลือแค่รุ่น 4 ประตูอย่างเดียว

Nissan Sentra ปี 1986 - 1991

Nissan Sentra

Nissan Sentra รุ่นที่ 6 (B12) หรือ Nissan Sentra (นิสสัน เซนทร้า) ที่ทาง สยามกลการ ต้องใช้ชื่อรุ่นว่า "Sentra" ตามเวอร์ชั่นอเมริกานั้น เป็นเพราะว่า Sunny (B11) ยังขายดีมากและเน้นทำตลาดรุ่นนี้ต่อไป เมื่อ Sunny ใหม่ออกมา เน้นความหรูหรามากขึ้น ทางสยามกลการจึงต้องใช้อีกชื่อ เพื่อจะได้ขายควบคู่กันไป

ในบ้านเราเปิดตัวเมื่อปลายปี 2529 มี 2 แบบให้เลือกซื้อ ได้แก่ ซีดาน 4 ประตู และ 2 ประตูคูเป้ มีเฉพาะเครื่องยนต์ 1.3 ลิตร, 1.5 ลิตร และ 1.6 ลิตร (เพิ่มมาในรุ่นไมเนอร์เชนจ์) โดยรุ่นคูเป้ ที่ต่อมามีรุ่นพิเศษด้วย ในชื่อ Sentra RZ-1 ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร รหัส CA16DE แบบ 4 สูบ DOHC 16 วาล์ว EGi ให้แรงม้าสูงสุด 123 แรงม้า

Nissan Sentra ปี 1991 - 1994

Nissan Sentra

Nissan Sentra รุ่นที่ 7 (B13) มีขายในประเทศไทย ในชื่อ นิสสัน เซนทรา เช่นเดิม มีเครื่องยนต์ขนาด 1.4 ลิตร, 1.5 ลิตร และ 1.6 ลิตร รหัส GA16DS คาร์บูเรเตอร์ 95 แรงม้า และ GA16DE หัวฉีด 110 แรงม้า ให้เลือก โดยรถรุ่นนี้ถูกขายไปทำเป็นแท็กซี่-มิเตอร์ ในช่วงนั้นเป็นจำนวนมาก

Nissan Sunny ปี 1994 - 2000

Nissan Sunny

Nissan Sunny รุ่นที่ 8 (B14) กลับมาใช้ชื่อ ซันนี่ ในไทยอีกครั้ง เปิดตัวในไทยประมาณปี 2537 มีเฉพาะรุ่น 4 ประตูซีดาน เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร 105 แรงม้า และ 1.6 ลิตร 120 แรงม้า

ภายหลังยกเลิกการขายรุ่น 1.5 ลิตรไป เหลือแต่รุ่น 1.6 ลิตร อย่างเดียว ในปี 2540  ตัวรถภายนอกใช้ล้อแม็กลายใหม่ แบบ 3 ก้าน และปรับลดแรงม้าลง ตามการควบคุมมลพิษที่เข้มขึ้น ใช้เป็นรหัส GA16DNE ลดแรงม้าลงเหลือ 110 แรงม้า มีเฉพาะรุ่นย่อย 1.6 Super Saloon M/T, A/T และ A/T (ABS)

Nissan Sunny

ในปี 2541 ปรับโฉมไมเนอร์เชนจ์ เปลี่ยนชุดกันชนหน้า และชุดไฟท้ายใหม่ รวมถึงออพชั่นภายในเพิ่มเติม

Nissan Sunny

ในปี 2542 ปรับโฉมอีกรอบ ด้วยกระจังหน้าแบบโครเมียม กันชนหน้าใหม่ ไฟหน้าแบบตาเพชร ภายในมีตกแต่งด้วยลายไม้ และเบาะหนังแท้

Nissan Sunny

ในปี 2543 ปรับโฉมครั้งสุดท้าย ใช้ชุดไฟท้ายแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์

Nissan Sunny NEO ปี 2000 - 2007

Nissan Sunny NEO

Nissan Sunny รุ่นที่ 9 (B15) ตามจริงแล้วในไทยไม่มีขาย โดยทางสยามกลการตอนนั้น ได้ทำ นิสสัน ซันนี่ นีโอ ซึ่งเป็นการนำ Nissan Bluebird Sylphy (N15) เวอร์ชั่นญี่ป่น มาผลิตขายแทน เปิดตัวเมื่อ 16 กันยายน 2543 เป็นตลาดที่สอง ต่อจากญี่ปุ่น

มีเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์รหัส QG16DE ขนาด 1.6 ลิตร 118 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 5 สปีด และเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด ให้เลือก

Nissan Sunny Almera

ต่อมา ... 7 มิถุนายน 2544 เปิดตัว Nissan Sunny Almera (นิสสัน ซันนี่ อัลเมร่า) ที่ต่างจาก Sunny NEO (ซันนี่ นีโอ) แค่ชุดไฟหน้าแบบ CRS (Complex Surface Reflector) กระจังหน้ารูปปีกนก (Wing-Shaped) กันชนหน้า และไฟท้าย ช่วงล่าง MULTI-LINK BEAM เอกสิทธิ์หนึ่งเดียวจากนิสสัน

ภายในใช้สีสว่างแบบทูโทน แผงคอนโซลแบบสปอร์ต ด้วยการใช้ชุดตกแต่งลาย Aluminize เท่ทันสมัย แผงมิเตอร์หน้าปัดแบบสีดำพร้อมมาตรวัดระยะทาง แบบ Digital พวงมาลัยเพาเวอร์แบบสปอร์ต 3 ก้าน ปรับระดับได้ ที่ปัดน้ำฝนแบบตั้งเวลาได้ กระจกมองข้างแบบปรับและพับด้วยไฟฟ้า และมีไฟส่องแผนที่ พร้อมแผงประตูแบบ 3 มิติออกแบบขึ้นรูป พร้อมที่วางแขนขนาดใหญ่

ใช้ขุมพลังรหัส QG18DE ขนาด 1.8 ลิตร 128 แรงม้า มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่รุ่น SX และ Young มีทั้งแบบ แอร์แบ็กเดี่ยว และแอร์แบ็กคู่ ซึ่งรุ่นนี้ขายไม่ค่อยดีนัก

Nissan Sunny NEO

เดือนสิงหาคม 2545 Nissan Sunny NEO ปรับโฉมเล็กๆ น้อยๆ ด้วยล้อแม็กลายใหม่ โทนสีห้องโดยสารใหม่ เป็นสีน้ำตาลอ่อน เพื่อให้สบายตา และดูหรูขึ้น พร้อมมาตรวัดทรงกลมสีขาว และพวงมาลัยแบบสปอร์ต 4  ก้าน บนคอนโซลหน้าทูโทนรูปตัว "T"

นอกจากเพิ่มที่วางแก้วด้านหลัง กล่องเก็บแว่นตา นิสสัน ยังคงเก็บชุดแต่งลายไม้แบบเดิมเอาไว้ และจุดต่างระหว่างรุ่นมาตรฐาน GL NEO กับรุ่น Top Super NEO ตรงเบาะผ้ากำมะหยี่กับเบาะหนังแท้

Nissan Sunny NEO

เดือนสิงหาคม 2546 เมื่อ Sunny Almera ออกอาการขายไม่ดีนัก Nissan จึงเป็นรุ่นเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร เป็น Sunny NEO เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร แทน เน้นความหรูหรา และโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ด้วยกระจังหน้าใหม่ ชุดไฟหน้าคู่แบบใหม่ ดวงไฟกลมลึก มีไฟตัดหมอกทรงกลม และเปลี่ยนไฟเลี้ยวด้านข้าง เป็นแบบเลนส์ใส ส่วนไฟท้าย มาในสไตล์หยดน้ำบนหัวแหวน แยกไฟหรี่และไฟเบรกในวงกลม และกันชนหลังออกแบบใหม่ ให้ชายล่างโค้งมนต่ำ โอบคลุมปลายท่อไอเสีย

ห้องโดยสารหรู คอนโซลหน้าใช้สีทูโทนที่อ่อนลง ส่วนลายไม้โทนสีเข้มขึ้น แผงหน้าปัดพื้นสีเมทัลลิคใหม่ พร้อมไฟเรืองแสงสีส้ม

Nissan Sunny

มาจนถึง 29 มีนาคม 2548 ปรับโฉมใหม่อีกครั้ง งวดนี้มาเป็น Nissan Sunny New Style ใหม่ภายใต้สโลแกนที่ว่า "Proud To Be Me" "สไตล์บอกได้ด้วยตัวคุณ" เป็นหน้าตาแบบเดียวกับเวอร์ชั่นไต้หวัน ไม่เหลือเค้าโครงเดิม เริ่มจากโคมไฟหน้าสามเหลี่ยมทรงสปอร์ต กระจังหน้าโครเมียมถอดแบบมาจาก Teana พร้อมไฟตัดหมอก ด้านท้ายเพิ่มเซ็นเซอร์กะระยะถอยหลัง 2 จุด

Nissan Sunny

ภายในเพิ่มความหรูหราด้วย คอนโซลหน้าแบบทูโทน ด้านบนสีเข้มลดการสะท้อนแสง ด้านล่างสีเบจสว่างตา ติดตั้งเครื่องเล่น CD/MP3 ของ Sony มาให้ด้วย พร้อมเบาะหนังแท้ ผสมไวนิล ตัดกับชุดลายไม้รอบคัน พวงมาลัย 4 ก้านจับกระชับมือ ปรับสูง-ต่ำได้ แผงหน้าปัดแสดงผลสีขาว กุญแจพร้อมรีโมทคอนทโรล ที่เปิดประตูและฝากระโปรงท้ายได้ พร้อมไฟสัญญาณกะพริบและแตรฉุกเฉิน

ก่อนจะเลิกขายไปอย่างถาวร เพื่อเปิดทางให้ นิสสัน ทีด้า และนิสสัน ซิลฟี่ เข้ามาทำตลาดแทน

รถในรุ่นใกล้เคียง

สำหรับ Nissan Sunny มีคู่แข่งที่สำคัญในยุคเดียวกัน ได้แก่ Toyota Corolla Altis, Mazda 323 Protege, Mazda3, Honda Civic, Isuzu Vertex, Ford Laser, Ford Focus, Chrysler Neon, Hyundai Elantra และ KIA Sephia เป็นต้น

นิสสัน ซันนี่ มือสอง มีหลายรุ่นให้คุณได้เลือกซื้อ ซึ่งแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์ เครื่องยนต์ รูปแบบตัวถังที่แตกต่างกัน ราคาก็ต่างกัน โดย นิสสัน ซันนี่ มือสอง ที่ขายในปัจจุบัน มีจำนวนมากให้เลือกซื้อ ตั้งแต่รุ่นแรกจนถึงรุ่นสุดท้าย ทั้งนี้การซื้อรถก็ขึ้นอยู่กับความต้องการ และความชอบของแต่ละคนด้วย

(ขอขอบคุณภาพบางส่วนจาก Grand Prix Photolike)

ราคารถ รถ Nissan Sunny (นิสสัน ซันนี่) มือสอง

ปีที่ผลิตช่วงราคาขายที่แนะนำ
2006
฿128,000
-
฿180,000
2005
฿120,000
-
฿172,000
2004
฿112,000
-
฿164,000
2003
฿104,000
-
฿156,000
2002
฿96,000
-
฿112,000
2001
฿76,000
-
฿104,000
2000
฿68,000
-
฿92,000
1999
฿60,000
-
฿76,000